Archive for the 'บ่นความ' Category

คลิกที่แต่ละหัวข้อเพื่ออ่านบทความค่ะ

บ่นความ – นมแม่ Again (ขออีกสักครั้ง)

เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เกิดอาการอยากเขียนเรื่องนมแม่อีกครั้ง แล้วก็ไม่ว่าง…ไม่ว่าง…ไม่ว่าง ความอยากเขียนก็เลยหายไป พร้อมกับได้อ่านข้อความต่างๆ เกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องนมแม่ในทางที่ไม่ถูกต้อง ตามเว็บบอร์ด และ FB สะสมเอาไว้จนอยากหาเวลาเขียนดูซักที วันนี้ได้อ่านเรื่องที่คุณแม่น้องโอเมก้าเขียนไว้ใน FB มีเรื่องน่ายินดีจนได้ หลังจากที่คุยกันมาพักใหญ่ๆ ก็ทราบว่ากู้น้ำนมแม่สำเร็จ หลังจากหยุดนมแม่ไป ประมาณ 1 ปี ดีใจด้วย ด้วยใจจริงค่ะ วันนี้เลยขอหาเวลาเม้าท์เรื่องนมแม่ซักหน่อย ณ จุดนี้ ถ้าใครเป็นคุณแม่ที่ให้นมอื่น ก็อย่าคิดมาก อะไรผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ถ้าเคยให้นมลูกแค่ระยะสั้นๆ ก็อย่าเก็บเอามาเป็นอารมณ์ แต่รู้ไว้เถอะว่า ความรู้ที่ถูกต้องของตัวเองนั้นสามารถช่วยให้แม่รุ่นถัดๆ มาทำสำเร็จได้ หลายคำพูดที่เคยพูดไป อาจจะเป็นที่เคยถามไปว่า “ทำไมถึงเลิกให้นมแม่” จงอย่าแปลความหมายว่า คำว่า “ทำไมถึงเลิกให้นม” เป็นคำว่่า “ไม่ให้นมแม่เพราะไม่รักลูกหรอ?” มันไม่ใช่ เพราะในหลายๆครั้งที่ได้พูดคุย ได้รับทราบมาว่าหลายๆ คุณแม่ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนมแม่ ถ้าความเข้าใจที่ได้รับข้อมูลมานั้นมันไม่ถูก เรายินดีจะได้ช่วยอธิบายให้ ไม่ได้หมายถึงว่าใครฉลาดกว่าใคร? ok นะ เราไม่ได้เป็นหมอ ไม่ได้เป็นผู็เชี่ยวชาญพิเศษหรืออะไร เราเป็นแค่แม่ธรรมดา ที่ผ่านการให้นมแม่มา [...]

Friday, March 23rd, 2012

หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ.2551 ปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (MILK CODE หรือโค้ดนม)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วน และรูปภาพประกอบ  FB : นมแม่ ค่ะ (ข้อเท็จจริงมาจากเวปไซต์นมแม่ ส่วนอื่นๆ เป้นความเห้นส่วนตัวประกอบเข้าไปค่ะ) หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ.2551 ปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (MILK CODE หรือโค้ดนม) ระบุดังนี้ 1) ห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์อาหารทารกและเด็กเล็ก 2) ห้ามแจกตัวอย่างสินค้าและของขวัญฟรีแก่แม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม 3) ห้ามพนักงานการตลาดติดต่อหญิงตั้งครรภ์ แม่ และครอบครัว 4) ห้ามใช้สถานบริการสาธารณสุขเป็นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ห้ามบริจาคสินค้าฟรี หรือจำหน่ายราคาถูก 5) ห้ามให้ของขวัญหรือตัวอย่างสินค้าแก่บุคลากรสาธารณสุข 6) การให้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการอาหารทารก ต้องได้รับอนุญาตจากกรมอนามัย 7) ข้อมูลที่ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเป็นจริง และ 8 ) ฉลาก ต้องไม่แสดงรูปภาพของทารกหรือข้อความชักจูงให้ใช้สินค้า เป็นแนวทางปฏิบัติ แต่ยังไม่ได้ออกมาเป็นกฎหมาย มาร่วมกันช่วยดันให้เป็นกฏหมาย >> ส่งสำเนาบัตรปชช. และทะเบียนบ้าน รับรองสำเนา เขียนว่า “เพื่อยื่นเรื่องถึงรัฐบาล คัดค้านการตลาดนมผง” วงเล็บ CODE ที่มุมซอง ส่งไปที่ “ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย [...]

Thursday, September 15th, 2011

จะตอบคำถามเจ้าหนูจำไมอย่างไรดี?

เนื่องจากช่วงนี้ลูกชายเริ่มถามทำไมๆๆ อย่างจริงจัง จริงๆ ก็เริ่มพักใหญ่ๆแล้วค่ะ แต่พักก่อน คำถามยังไม่ค่อยยากเท่าไหร่ หลังๆ แม่เริ่มรู้สึกว่าคำถามชักตอบยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะว่าคำถามเค้าเป็นคำถามที่อยากอย่างสูตรคำนวณทางเลขทางฟิสิกส์ อลังการอะไรแบบนี้ แต่ที่ยากคือ คำถามมันเป็นคำถาม Basic แต่เราที่เป็นผู้ใหญ่มักมองข้าม และไม่เคยคิดกันเลย ว่าเออ แล้วมันทำไมเป็นอย่างนั้นหล่ะ แต่กับเด็กแล้ว เค้าจะสงสัยว่าทำไมมันเป็นแบบนั้น? คำถามของเด็กวัยเกือบ 3 ขวบ ของลูกชายจะถามเช่นว่า ทำไมแพงกระพรุนเป็นสีชมพู (คือเค้าได้สติ๊กเกอร์มาแล้วมันเป็นแบบนั้น) อาจจะเพราะ background เค้าเคยเห็นมาด้วยแหละว่ามันไม่ใช่สีนี้ ก็เลยสงสัยว่าทำไมตัวนี้มันถึงเป็นแบบนี้ คำถามเช่น ทำไมนกถึงบินได้? พ่อแม่ทั่วไปคงตอบให้มันจบๆ ไป ว่า… “อ๊าว… ก็นกมันมีปีกน่ะสิ ถามได้” แต่จริงๆ เด็กเค้าลึกซึ้งกว่านั้นค่ะ เค้ารู้นะว่านกมันมีปีก แต่เค้าอยากรู้ว่าสาเหตุนอกจากที่นกมันมีปีกแล้ว อะไรทำให้มันบินได้ ถ้าเราตอบว่าก็นกมันมีปีก เด็กก็จะเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ วันหลังจะมาถามเราอีกว่า “อ้าว … แม่ ไก่กะเป็ดก็มีปีก ทำไมมันบินสูงๆ แบบนกไม่ได้หล่ะ” เราก็เลยต้องมานั่งทำการบ้านว่าวิธีตอบที่เหมาะสมกับวัยของเค้าคืออะไร ? การ ตอบคำถามประเภท [...]

Friday, August 19th, 2011

บ่นความ : สอนลูกเล็กในเรื่องต่างๆ ยังไงดี?

ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญพิเศษแต่อย่างใด แต่พอดีว่ามีหลายๆ คนสนใจและถามมาก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาแชร์กันหน่อยจะดีกว่า ทัศนคติต่อเรื่องการเลี้ยงลูกที่เรามักแสดงออกอยู่ตลอดเวลาก็คือ เด็กจะเป็นยังไง ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงดู กรรมพันธุ์ มีผลน้อยมากๆ เรื่องบุญทำกรรมแต่ง สำหรับเราไม่มีผลใดๆ และไม่เชื่อด้วยและแทบทุกครั้งที่เขียนบ่นความ ก็จะบอกเสมอว่า … พ่อแม่ทุกคน ควรจะศึกษาและมีความรู้ด้านจิตวิทยาเด็ก เพราะจะทำให้ชีวิตประจำวันระหว่างแม่-ลูก เป็นไปอย่างราบรื่น  ในเมื่อมีปัญญามีลูกแล้ว ก็ควรใช้ปัญญาหาความรู้ใส่ตัวด้วย ไม่ใช่เลี้ยงให้ผ่านไปวันๆ กินอิ่มนอนหลับตามมีตามเกิด ประกอบกับกำลังง่วนหาข้อมูล รร. ให้ลูก แล้วมันไม่ถูกใจซักที เลยมีแนวคิดที่ว่า เอาไงดี หรือว่าจะโฮมสคูลไปซะเลย แต่ก่อนจะตัดสินใจก็ต้องหาข้อมูลให้มากที่สุด พอไปหาข้อมูลก็เลยเจอคนนึง เค้าพูดเรื่องการทำโฮมสคูล แต่ลูกเค้ายังเล็กอยู่ เค้าก็เลยพูดถึงการสอนลูกเล็กๆ ให้มีพัฒนาการที่ดี อ่านๆ ดูก็เลยปิ๊งว่า “เค้าสอนเหมือนเราเลยนี่ ลูกเค้าก็อายุพอๆ กับลูกเรา รู้เรื่องมาก แล้วก็ทำได้หลายอย่างเหมือนกันเลย” แต่สำหรับเรา เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นการโฮมสคูลหรืออย่างไร คิดว่าเค้าก็คงคิดเหมือนกัน แต่ใช้คำพูดให้ง่ายๆ เพราะคนมักจะคุ้นเคยกับคำว่าโฮมสคูลอยู่แล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า… เอาเป็นข้อๆ เท่าที่นึกได้ ว่าตอนอยู่กับลูกทำอะไรบ้าง หรือสอนอะไรบ้าง เอา basic ก่อนละกัน เช่น [...]

Friday, April 1st, 2011

บ่นความ : ตามใจ หรือเข้าใจ vs เข้มงวด หรือฝึกวินัย ไขข้อข้องใจแม่ที่มีลูกวัย terrible

พ่อแม่มือเก่าและมือใหม่หลายๆ คน คงมีคำถามในใจเหมือนๆ กัน คำถามที่พบบ่อยๆ ก็คือ “จะตามใจลูกแค่ไหนถึงจะพอดี ไม่มากเกินไปจนเสียเด็ก และไม่น้อยเกินไป จนดูเหมือนเป็นพ่อแม่ที่เข้มงวดไปซะทุกเรื่อง” , “ปวดหัวกับอารมณ์ของลูกวัย 2-3 ขวบ แก้ไขยังไงดี” คำตอบในเรื่องนี้ ไม่มีคำตอบที่ว่าให้ตามใจลูกได้แค่ไหน เข้มงวดกับเรื่องอะไร แนวทางส่วนตัวของเราเป็นแบบนี้ 1. ในเด็กขวบปีแรก เป็นช่วงที่ยังสื่อสารได้ไม่ดีนัก มักจะสื่อสารผ่านการร้องเป็นส่วนใหญ่ วิธีตอบสนองของเรา คือเข้าไปหา และพยายามตอบสนองให้ตรงจุดที่สุด ซึ่งในขวบแรก มักจะมีปัญหาหลักๆ อยู่ไม่กี่อย่าง เช่น เบื่อ อยากให้อุ้ม หิว ร้อน หนาว ฉี่ อึ อยากให้เล่นด้วย ฯลฯ ดังนั้นในขวบปีแรก จึงไม่มีอะไรที่ยากมากมายนัก หากปีแรกเราแก้ไขสถานการณ์ได้ดี และถูกต้อง ปีต่อๆไป จะง่ายขึ้น แต่หากไปผิดทางตั้งแต่แรกเกิด ปัญหาระยะยาวมาแน่ๆ – คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่า เด็กเล็กๆ ร้องอย่าเข้าไปอุ้ม เพราะจะทำให้ติดมือ ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะอุ้มมากหรืออุ้มน้อย เด็กก็มักจะยึดติดกับความอุ่นกาย [...]

Friday, January 21st, 2011

บ่นความ : ลูกผอม ลูกอ้วน ใครควรกังวล?

ได้ฤกษ์คลอดซะที บ่นความอันใหม่ หลังจากเก็บข้อมูลมานานนนนนน อิอิ วันนี้จะขอเน้นไปที่เด็กอ้วนก่อนละกัน เพราะไม่ค่อยเจอบ้านไหนที่บ่นว่า “ลูกอ้วนเกินไป” มักจะเจอแต่ที่บ่นว่า “ลูกผอมเกินไป” เชื่อได้เลยว่า เกือบทุกบ้านที่มีเด็ก มักจะเจอคำพูดที่ว่า … “ทำไมลูกผอมงี้” , “ทำไมไม่เลี้ยงลูกให้อ้วนๆ หน่อยหล่ะ” , “อ้วนสู้เด็กบ้านนู้นก็ไม่ได้ แม่เค้าเลี้ยงดี๊ดี เลี้ยงซะอ้วนเชียว” เอ้า…หมดเวลาแล้ว สำหรับคำพูดบ้าๆ บอๆ แบบนี้ พอกันที จะทำร้ายลูกๆ เราไปถึงไหนกัน!! แทบทุกครั้งที่ได้พูดคุยกันเพื่อนๆ แม่ๆ ด้วยกัน หรือผู้หลักผู้ใหญ่ ต้องมีคำพูดหลุดปากออกมาว่า ลูกผอมบ้างหล่ะ หลานผอมบ้างหล่ะ บ้างก็โดนกดดันจากคนรอบข้าง ทั้งที่ตัวเด็กน่ะไม่ได้ผอมอะไรเล้ยยยยย ออกจะปกติ แต่คนรอบข้างกดดันซะแม่แทบจะประสาทแ-ก กับอีแค่เรื่อง นน. ตัวของลูก ที่มันอยู่ในเกณฑ์ปกติเกินไป ถ้าจะให้สะใจคนไทย ส่วนสูงไม่ค่อยสนใจ ดูไปที่น้ำหนักเข้าว่า ของให้อ้วนที่สุดในหมู่บ้าน อ้วนกว่าเด็กในวัยเดียวกัน หรือน้ำหนักทะลุเกณฑ์บนของกราฟที่ควรจะเป็น จะเริ่ดม้ากกก…ค่ะ(ช้านนน…ประโช้ดดดดดดด) ก่อนที่จะมาวิตกจริตกับเรื่องน้ำหนักของลูกที่ไม่ค่อยขึ้นเอาเสียเล้ย มาลองดูเกณพ์ปกติกันก่อนจะดีมั้ย ในเด็กแรกเกิด ช่วงเดือนแรกๆ น้ำหนักจะสามารถขึ้นได้อย่างรวดเร็วมาก [...]

Tuesday, November 23rd, 2010

วิธีจัดการ : เมื่อลูกมีพฤติกรรม “ไม่ ไม่ ไม่”

พอใกล้ 2 ขวบ น้องต้นหนาวเริ่มมีอาการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น วิธีการต่างๆ ที่เรียนรู้มา และใช้ได้ผลบางอย่างจะเริ่มจะหมดประสิทธิ์ภาพ เพราะความสามารถในการรับมือของเด็กก็พัฒนาขึ้นตามวัยของเค้าเช่นเดียวกัน วัยใกล้ๆ 2 ขวบ หรือก่อนหน้านั้น จะเป็นวัยที่เค้าเริ่ม “ไม่ ไม่ ไม่” เพราะเค้าเริ่มจะรู้จักการปฏิเสธ การแสดงออกซึ่งความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญเค้ากำลังทำการทดลอง “ทดสอบระดับความอดทน และการตอบสนองของแม่” เด็กเค้าจะเริ่มจับไต๋ได้ว่า ทำแบบนี้ แม่ไม่ชอบ หรือทำแบบนี้แล้วแม่มีปฏิกิริยาตอบกลับมาแบบที่เค้าคาดการณ์ได้ และสนุกที่จะทำเพื่อทดสอบแม่ เตรียมตัวมานานพอสมควร ถือว่ายืดเวลาการต่อกรกับเด็กน้อยอย่างต้นหนาวได้ค่อนข้างนาน คราวนี้คงต้องอัพเกรด “สติ-ปัญญา-อารมณ์” ของตัวเองอีกแล้วสิ เรื่องที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ปวดหัวมากที่สุดเรื่องหนึ่ง มักจะหนีไม่พ้นเรื่อง… “ลูกไม่กินข้าว” ต้นหนาวก็ชักจะออกอาการเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเป็นเด็กกินเก่ง ทำอะไรกินเรียบ กินจุ กินเยอะ รวมทั้งผลไม้กินได้แทบทุกอย่าง… ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เริ่มออกอาการ “บ้วนข้าวคำสุดท้าย” แล้วต่อด้วยพูดว่า “ต้นหนาวอิ่ม ๆๆๆๆๆ” ในบางทีที่ให้ปาป๊าเป้นคนป้อน ปาป๊าก็จะชอบง้อต้นหนาวว่า… “กินหน่อยนะครับ อีกคำเดียว บลาๆๆ” อะไรก็ว่าไป แต่ถ้าเป็นหม่าม้าหรอ วะฮ่าฮ่า… [...]

Sunday, November 7th, 2010

ภารกิจของแม่

คนเป็นแม่ย่อมอยากให้ลูกเติบโตเป็นคนดี แต่นอกเหนือจากนั้น ความต้องการของคนเป็นแม่อาจจะแตกต่างกันไป อันมีพื้นฐานมาจากความต้องการส่วนบุคคล สิ่งแวดล้อม ฯลฯ เช่น อยากให้ลูกเรียนเก่ง เป็นนักกีฬา นักดนตรี ช่วง generation รุ่นไม่กี่สิบปีหลังๆ มานี้ life style ของคนเป็นแม่แตกต่างออกไป จากสมัยโบราณ ทำให้เกิดระยะห่างระหว่างแม่ลูก ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้แหละ ที่ทำให้เกิดปัญหาสังคมที่ยุ่งวุ่นวายในปัจจุบัน วันนี้ได้ฟังสัมภาษณ์คุณหมอท่านนึง ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาลูกขโมยของ มีคำถามมากมายที่ฝากเข้าไปในรายการ สิ่งที่สามารถสรุปได้จากคำตอบของคุณหมอนั่นก็คือ “ระยะห่างระหว่างพ่อแม่และลูก” ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมคนรุ่นเราถึงมักได้ยินกันบ่อยๆ ว่า เด็กสมัยนี้เลี้ยงยาก ดื้อ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ระยะห่างตรงนี้แหละที่เป็นคำตอบ พ่อกับแม่ให้ความใกล้ชิดกับลูกมากพอหรือยัง ให้เวลาคุณภาพกับเค้ามากพอมั้ย ได้บอกรักลูกอย่างเพียงพอหรือยัง เคยเข้าใจความต้องการของลูกอย่างตรงจุดบ้างไหม เคยตอบสนองลูกอย่างถูกต้องหรือไม่ สิ่งต่างๆ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่มองข้ามเหล่านี้ สิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่จำเป็นต้องแก้ไข เลยปล่อยทิ้งไว้ให้ปัญหาเติบโต ไปพร้อมกับเด็กตัวน้อย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมสมัยนี้ ปัญหาสังคมถึงมากมายขนาดนี้ เวลาเจอคนที่ค่อนข้างสร้างปัญหา สิ่งที่จะคิดถึงเป็นอันดับแรกก็คือ เค้าเกิดมาในสิ่งแวดล้อมแบบไหนนะ เคยโดนกระทำอะไรมาบ้างหรือเปล่า เคยได้รับความรักจากพ่อแม่บ้างไหม เคยมีใครเอาใจใส่บ้างหรือเปล่า ฯลฯ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นผลที่เกิดมาจากเหตุทั้งนั้น [...]

Wednesday, October 20th, 2010

บ่นความ : เลี้ยงลูกให้ได้ดั่งใจและการฝึกวินัยในเด็ก

คำพูดที่มักได้ยินบ่อยๆ เวลาใีครเจอน้องต้นหนาวก็คือ … “ดูท่าทางเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเนอะ”, “โชคดีจังเลยมีลูกเลี้ยงง่าย กินข้าวก็เก่ง” ฯลฯ ก็จะตอบเค้ากลับไปว่า “เลี้ยงง่ายค้าบ”, “เค้ากินข้าวเก่งค่ะ” ก็ตอบกันไปตามคำถามต่างๆๆ บางทีก็เบื่อจะตอบเหมือนกัน เพราะคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การที่เด็กจะอารมณ์ดี เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย กินข้าวเก่ง ฯลฯ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยโชคชะตา หรือต้องอาศัยความโชคดีของคนเป็นพ่อเป็นแม่เป็นทุนเดิม ถ้าไม่ได้มีลูกเองก็คงไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่บางทีก็ออกจะสงสัยว่า คนที่มีลูกแล้วเค้าไม่เข้าใจกันหรอ ว่า… สิ่งเหล่านี้มันเกิดจากการเลี้ยงดูเกือบ 100% ไม่ได้เกิดมาจากโชคชะตา หรือบุญทำกรรมแต่ง!! ถ้านึกย้อนกลับไปตอนแรกเกิดนั้น ต้นหนาวไม่มีวี่แววของเด็กเลี้ยงง่ายเลย ยังแอบคิดในใจเลยว่า ลูกจะนิสัยเหมือนแม่หรือป่าวหว่าาา… 55 เพราะหลังจากเกิดได้ประมาณ 3 วัน จากเด็กที่เวลาร้อง จะร้องแอะๆๆ แงๆๆ เหมือนเด็กแรกเกิดทั่วไป ต้นหนาวร้องแบบนั้นได้ซัก2 วัน แล้วหลังจากนั้น ไม่เคยรู้จักการร้องธรรมดาอีกเลย… เวลาร้อง ไม่ว่าจะต้องการอะไรก็แล้วแต่ จะหิว จะอยากให้อุ้ม จะอยากให้กอด ง่วงนอน ฯลฯ จะร้องกลั้นอย่างเดียววววว ถ้าใครไม่เคยรู้จักกับการร้องกลั้น ขอบอกว่าเห็นครั้งแรกจะตกใจมาก เพราะเค้าจะร้องแบบไม่มีเสียง [...]

Monday, September 27th, 2010

สารพันปัญหา “นมแม่” ที่คนให้นมแม่ทุกคนต้องเจอ

ให้นมแม่ล้วนมาจนลูก 1 ขวบ 8 เดือนกว่าๆ แล้ว แล้วก็ตั้งใจต่อไปว่าจะให้ให้นานที่สุดด้วย ไม่ใช่แค่เพียง 2 ปี หรือกี่ปี แต่จะให้จนกว่าต้นหนาวจะบอกลานมแม่เอง ซึ่่งเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด ตามที่หมอสมัยใหม่แนะนำในการที่จะให้ลูกบอกลานมแม่ เพราะนมแม่มีประโยชน์เสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ทั้งในแง่ของสารอาหารที่มากกว่านมใดๆ ในโลก, ทางด้านจิตใจ และทางด้านภูมิคุ้มกัน ที่ไม่สามารถหาจากนมวัวยี่ห้อใด เชื่อหรือไม่ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ ประเทศไทยจริงอันดับประเทศที่ให้นมแม่น้อยที่สุดในโลก ถ้าไม่มีลูกเองก็คงไม่ได้สนใจกับข้อมูลตรงนี้ แล้วก็คงจะลืมๆ ไป เพราะเข้าใจถึงความสำคัญ เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็ได้หลานๆ ทุกคนกินนมกระป๋องเหมือนกันหมด ทำให้คิดว่า สิ่งเหล่านี้แหละมันคือวิถีปรกติ ของชีวิตเด็กๆ แต่พอมีลูกเองแล้ว ถึงได้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องปรกติเลย คนไทยถูกปิดหูปิดตามานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เคยได้ฟังรายการหนึ่ง คุณยายท่านนึงโทรมาเล่าว่ารุ่นคุณยาย ยังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กันเยอะมากๆ แต่ว่าเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.251X มองไปทางไหน ก็เห็นแต่เด็กกินนมขวด เด็กคนไหนไม่มีกินถือว่าที่บ้านฐานะยากจน บางคนถึงกับเพียรพยายามเอานมข้นมาชงผสมน้ำให้ลูกกิน โธ่เอ๊ย…มันปรี๊ดมั้ยหล่ะนั่น อุปสรรคการให้นมแม่แต่ละ Step และวิธีแก้ไข 1. เริ่มตั้งแต่การเลือก รพ. เลือก [...]

Wednesday, August 11th, 2010