Archive for the 'บ่นความ' Category

คลิกที่แต่ละหัวข้อเพื่ออ่านบทความค่ะ

ต้นหนาวหาคุณหมอฉีดวัคซีน ครบ 1 ขวบครึ่ง

ครั้งนี้ไม่มีภาพ รพ. มาฝาก แต่มีคำพูดเด็ดๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านมาเพียบบบบบบบ เริ่มต้นด้วย ไปถามอะไรคุณหมอซักอย่างจำไม่ได้ คุณหมอพูดให้ฟังว่าความฉลาดของลูกมาจากอะไร แยกได้ 3 ส่วน 1. กรรมพันธุ์ 2. อาหาร 3. การเลี้ยงดู ขอขยายความด้วยถ้อยคำของหมอ + ของตัวเองซักหน่อย 1. กรรมพันธุ์ คือ พ่อแม่เป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้น ประมาณว่าถ้าพ่อแม่มีทุนทางสมองมาดี ลูกก็มีโอกาสได้คะแนนในส่วนนี้ไปมากหน่อย 2. อาหาร คือ ให้กินอาหารที่เหมาะสมกับวัย เช่น 6 เดือนแรกกินนมแม่อย่างเดียว ไม่ให้อาหารชนิดอื่นๆ แม้แต่น้ำ หลัง 6 เดือน ให้อาหารเสริมตามวัย ไม่ให้เด็กกินขนม หรือของไม่มีประโยชน์ อย่างเช่น ของขบเขี้ยว ขนมกรุบกรอบ หรือแม้แต่พวกขนมปังแท่งๆ ชิ้น ๆ ที่คุณแม่ชอบให้กับนักหนา แล้วมาอ้างว่าฝึกเคี้ยวบ้าง ให้เด็กกินจะได้มีความสุขบ้าง (เราโดนว่ามาหมดแล้วแหละพวกเนี๊ยะ หาว่าเข้มงวดบ้างอะไรบ้าง แล้วมาดูกันยาวๆ ละกันว่าทำไปเพราะอะไร ของแบบนี้ว่ากันไม่ได้ […]

Thursday, June 17th, 2010

พัฒนาการดี ? จริงป่ะ !!

หลายวันก่อนมีคนชมน้องต้นหนาวว่า “พัฒนาการดีที่สุดในหมู่บ้าน พูดก็เก่งมาก เป็นเด็กดีด้วย ฯลฯ” จริงๆ ก็ไม่ชอบการเปรียบเทียบ เพราะเข้าใจดีว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็ฟังแล้วแอบดีใจ ไม่รู้ว่าตอนฟังนี่ หน้าจะบานมากมั้ย? 55 ว่างๆ ก็เลยย้อนกลับมานั่งคิด อืม… จะว่าพัฒนาการดี ก็ดีจริงๆ นะ เพราะถ้าเทียบกับตารางพัฒนาการมาตรฐานแล้ว ต้นหนาวมักจะทำอะไรๆ ได้ก่อนถึงวัยที่เค้าระบุไว้ แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่า เด็กที่พัฒนาการเร็วจะเป็นเด็กเรียนเก่งอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจหรอก แต่ถึงจะเรียนเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก คิดว่าจะให้เค้าเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว โรงเรียนไหนสอนเด็ก เขียน ก. ไก่ ตั้งแต่ อนุบาล 1-3 สัญญาว่าไม่มีวันให้ก้นลูกไปแตะเก้าอี้ รร. แบบนั้นเด็ดขาด… มานั่งๆ คิดดู ทำไมใครๆ ถึงพูดว่าต้นหนาวพัฒนาการดี ? ถ้าจะลองสังเกตกันดูดีๆ แล้ว เด็กสมัยนี้พัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยตะหาก (ไม่ได้เหมารวมนะ แต่สังเกตๆ เอา) จริงๆ เด็กสมัยก่อนฉลาดนะ ได้เล่นของจากธรรมชาติ ได้สัมผัสต้นไม้ ใบหญ้า ได้ลองปลูกต้นไม้ ได้ลองทำอะไรๆ […]

Saturday, May 29th, 2010

ขอเรื่อง…นมแม่อีกซักครั้ง

พอดีเมื่ออาทิตย์ก่อนต้นหนาวเป็นหวัด พาไป รพ. อาการก็แทบจะหายสนิทแล้วหล่ะแต่เมื่อวานเป็นจุดๆ ขึ้นตามตัว แม่ก็วิตกจริต กลัวลูกเป็นไข้เลือดออก ทั้งที่ปาป๊าก็โทรไปถามลุงยะที่เป็นหมอดูแล้ว ว่าไม่น่่าจะใช่ ถ้าเป็นไข้เลือดออกมันต้องมีไข้นำมาก่อน แต่ไม่สนอ่ะ ก็เป็นห่วงลูกหนิ แถมตื่นมา มีรอยยุงกัดตั้งหลายรอย ยุงมันเป็นเจ้าของโรค เอาโรคมาให้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่พาไป เกิดเป็นไข้เลือดออกขึ้นมาจริงๆ จะทำไง เพราะเคยอ่านเจอว่าเด็กเป็นไข้เลือดออกนี่ไปเร็วมากเลย ถ้ารักษาไม่ทันตายเลย ก็เลยพาไป รพ. อีกรอบ ปรากฏว่าหมอบอกว่าเป็นส่าไข้ เฮ้อ … โล่งใจ (รพ.นี้ ไม่ใช่ รพ.ประจำที่ลูกไปฉีดวัคซีน แต่เป็น รพ. ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน) แต่หมอน่ะสิ ถามว่า “ลูกกินนมดีมั้ย” เรา “ดีค่ะ” หมอ “กินไปกี่ครั้ง ครั้งละกี่ออนซ์” เรา “หลายครั้งนะคะ แต่ไม่รู็กี่ออนซ์ เพราะว่ากินนมแม่ค่ะ” หมอบอกว่า “ที่ถามไม่ใช่อะไรนะ คือถ้าคุณแม่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกนี่ ลูกจะต้องมีอาการแบบว่ากินนมไม่ได้อะไรแบบนี้” หมอ “ลูกกี่ขวบแล้ว” เรา “1 ขวบ […]

Thursday, April 8th, 2010

เด็กจะดี ไม่ต้องมีไม้เรียว

วันนี้ขอเขียนเรื่องการตีลูกอีกซักครั้งเถอะ !! ช่วงนี้ลูก และเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน กำลังอยู่ในวัย ซน ซ้น ซน แต่นั่งไม่ใช่ประเด็น เพราะสัญญากับตัวเองแล้วว่า จะไม่ตีลูกเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะไม่กล้าตี เพราะว่าการยกมือมาตีเด็ก มันง่ายนิดเดียว หากว่าเราควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แต่เป็นเพราะเห็นว่า “การตีไม่ใช่ทางออก” เบื่อทุกครั้งที่ได้เห็นหลายๆคน คิด หรือพูดว่า ไม่ตีซะบ้างแล้วจะเสียเด็ก หรือเด็กจะเอาแต่ใจ แล้วก็เบื่อทุกครั้ง ที่บางคนคิดว่าตีลูกเพราะอยากจะสอน สาบานได้ว่าไม่ใช้อารมณ์ เพราะว่าต้องคุยกับลูกให้เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงถูกตี ก็ถ้าลูกเข้าใจแล้ว ว่าเค้าทำผิดอะไรทำไมต้องตี แล้วทำไมไม่ทำโทษเค้าด้วยวิธีที่ดีกว่านี้ เช่น ให้อดเล่นของเล่นชิ้นโปรด 3 วัน, ห้ามดูรายการโปรด, ฯลฯ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะสามารถครีเอทมันขึ้นมาได้ โดยใช้หัวใจแห่งความรักสร้างสรรค์มันขึ้นมา พ่อแม่ที่ได้ใกล้ชิดลูก หรือเลี้ยงลูกเอง จะเริ่มเห็นการแสดงออกทางอารมณ์ของลูกอย่างชัดเจน ในช่วงอายุประมาณ 1 ขวบ ลูกจะเริ่มแสดงอารมณ์ของตัวเองออกมา หากว่าต้องการอะไร หรือไม่พอใจสิ่งใด เด็กส่วนใหญ่จะ “กรี๊ดๆๆๆ หรือดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย” หากโดนบังคับ ฝืนใจ โดนห้าม หรือแย่งของไป ในขณะที่เด็กบางคนจะมีการแสดงออกแตกต่างกันไป […]

Monday, March 15th, 2010

ด้วยสองมือแม่นี้จะสร้างโลก

ไม่ได้อ่านผิดหรอก แล้วก็ไม่ได้พิมพ์ผิดด้วย เพราะคนเป็นแม่ตัวไม่เล็กคนนี้ อยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ 55 วันนี้ได้ฟังรายการโปรด (พูดซะเวอร์ไปนู่น) เป็นรายการเกี่ยวกับแม่และเด็ก ที่ใส่ใจในรายละเีอียดของการเลี้ยงดูลูกอย่างมีคุณภาพ วันนี้เค้าพูดถึงหนังสือเกี่ยวกับการสร้างต้นทุนชีีวิตให้ลูก เป็นหนังสือที่เขียนโดยหมอเดว (นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน) ฟังรายการจบเลยไปเสิร์ชหารายละเอียดหนังสือ แต่ไม่มีค่ะ ได้ไอนี่มาแทน บทความ ของสสส. “แม่…ผู้สร้างต้นทุนชีวิตลูก” แหม บทความโดนใจจริงๆ เพราะกำลังคิดจะเขียนเกี่ยวกับ เรื่องการสนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกเองอย่างมีคุณภาพ ยังไม่ได้อ่านหนังสือของคุณหมอเลย แต่ในความคิดของเราต้นทุนชีวิตของลูก ก็คือ “แม่” เพราะหากแม่คนไหนมีโอกาสดีที่จะได้เลี้ยงลูกเอง นั่นหล่ะวิเศษที่สุดสำหรับลูกแล้ว แต่เท่าที่เห็นสังคมเราในทุกวันนี้ บอกได้เลยว่ายาก เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ หาเงินได้ก็ต้องหาไว้ก่อน เลี้ยงลูกเก็บไว้ก่อนดีกว่า วันก่อนได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เค้าเล่าถึงลูกเพื่อนเค้าให้ฟัง แล้วสงสัยในหลายๆ เรื่องเลยมาถามเรา เพราะตัวเองยังไม่มีลูก ยังเข้าไม่ถึงเรื่องราวของคนเป็นแม่ ทำให้เห็นภาพของแม่ในพ.ศ.นี้ได้ชัดขึ้น จะไม่พูดถึงรายละเอียด แต่จะพูดรวมๆ ถึงการเลี้ยงลูกในมุมของเราดีกว่า จากการที่ชอบเข้าไปอ่านประสบการณ์ของคุณแม่ท่านอื่นๆ ในอินเตอร์เนทแทบทุกวัน ตอนลูกนอน เพื่อเอามาปรับใช้กับการเลี้ยงลูกตัวเอง ก่อนอื่นขอบอกตรงนี้ก่อนว่า “ถ้าเป็นไปได้ และมีโอกาสได้เป็นแม่ ขอเถอะค่ะ กรุณาเลี้ยงลูกเอง เพื่อคุณภาพของลูกคุณเอง” […]

Wednesday, January 27th, 2010

ดูลูกให้ได้ดี ดีได้ให้ลูกดู

โอ๊ย…ไม่ได้เขียนบ่นความนาน เรื่องเยอะมากมาย ไม่รู้จะบรรยายได้หมดมั้ย เริ่มจากตอนนี้กำลังหาข้อมูลและเยี่ยมชม รร. อนุบาลในฝันอยู่ ใครสนใจลองเข้าไปชมกันได้ที่นี่ http://mothercorner.com/index.php?board=7.0 เพราะตอนนี้คุณแม่ 51 เค้าเริ่มหาข้อมูลกันแล้วหล่ะ ไม่ได้เว่อร์อยู่คนเดียวหรอกนะ เพราะของแบบนี้ต้องแน่ใจ ถ้าจะเอาลูกสุดเลิฟไปฝากให้เค้าดูแล ถ้าไม่แน่ใจ ขอ Home School มันเองจะดีกว่า ช่วงนี้อ่านเจอแม่ๆ หลายท่านสอบถามเรื่องการเลี้ยงลูกในอินเตอร์เนท เรื่องการเลี้ยงลูก อ่านเจอเรื่องแนวทางการเลี้ยงลูก ถามว่าถ้าลูกล้มควรทำอย่างไร เข้าไปโอ๋ดี หรือปล่อยให้ดูแลตัวเองดี ? เรื่องร้องอย่าปล่อยให้ร้องให้ อยากได้อะไรก็ให้ตามใจไปแบบนี้สมควรมั้ย ? คำตอบในความคิดของเราคือ … สำหรับเรา ถ้าลูกล้ม หรือเล่นอะไรแล้วพลาดเจ็บตัว สิ่งที่คนเป็นแม่ควรจะทำคือ เข้าไปหาเค้า ทำให้เค้าอุ่นใจว่ามีแม่เคียงข้างค่ะ ไม่ใช่ปล่อยไป ไปล้มก็ไป ถึงเวลาเดินมาหาละกัน อย่างนี้ไม่ควรค่ะ หรือพวกผู้ใหญ่ที่สอนให้เด็กพาลโมโห ตีโต๊ะ ตีเก้าอี้นี่ก็ไม่สมควรค่ะ เราเองเวลาลูกล้ม เราจะเข้าไปปกอดเค้า แล้วพูดว่า “เจ็บใช่มั้ยลูก คราวหลังต้องระวังหน่อยนะครับ” เป็นการปลอบใจและบอกให้เค้ารู้ค่ะ ว่าเค้าเล่นแบบนี้เจ็บนะ แล้วคราวหลังเค้าต้องระวัง จะเข้าใจไม่เข้าใจก็พูดไปค่ะ อย่าปล่อยให้เค้ายืนงง […]

Friday, January 22nd, 2010

คนที่ชอบอ่านหนังสือให้ลูก สังเกตอะไรกันบ้างหรือป่าวเอ่ย?

คนที่ชอบอ่านหนังสือให้ลูก สังเกตอะไรกันบ้างหรือป่าวเอ่ย? ไม่รู้เรื่องนี้ลูกทำได้นานขนาดไหนแล้วสิ แต่คนเป็นแม่ฟูลไทม์อย่างเราเพิ่งสังเกตได้ ปกติทุกวันจะอ่านหนังสือให้ลูกฟังอยู่แล้ว อ่านแทบจะทั้งวันด้วย เพราะต้นหนาวชอบดูรูป และให้แม่อ่านหนังสือให้ฟัง บางทีก็เอาหนังสือที่เป็นเนื้อร้องเพลงมาให้ร้องให้ฟัง แต่เรื่องที่อยากจะบันทึกไว้ เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง(21 มค. 52) คือแม่เดินไปล้างมือในห้องน้ำ ลูกวิ่งตามมาติดๆ หยิบหนังสือ pocket book เล่มนึงมายื่นให้ แล้วทำท่าจะเปิดดูรูปในหนังสือ เราก็เอ๊ะ… เค้ารู้ได้ไงว่าด้านไหนด้านบน เปิดถูกซะด้วยแฮะ คิดไปเองตามประสาคนเห่อลูก(มาก) รึป่าวว้า… เลยลองซิ เอาใหม่ เอานิทานที่เค้าไม่ได้อ่านมานานแล้วมาวางๆ ซักหลายๆ เล่ม จับพลิกหน้า พลิกหลัง ตะแคงซ้ายขวา ให้มันไม่เหมือนกัน ดูซิทีนี้จะรู้มั้ย ปรากฏว่า… ต้นหนาวหยิบมาเปิดอ่านถูกทุุกเล่มเลย!! โอ้ว…จริงป่าววะเนี่ย เอาใหม่ซิ…เอาใหม่ ไปหยิบหนังสือ pocket book เล่มอื่นๆ ที่ไม่มีรูปภาพที่ปกหลัง มาหลายๆเล่ม ที่ลูกยังไม่เคยอ่านแน่นอน เอามาวางๆๆๆ จับพลิกหน้า พลิกหลัง ตะแคงซ้ายขวาเหมือนเดิม กะว่าเอาให้ยากๆ เลย (แกล้งลูก 55) ดูซิ […]

Friday, January 22nd, 2010

บ่นความ ร่ายยาวเรื่องเลี้ยงลูก

สืบเนื่องจากไปอ่านเจอบทความเรื่อง ใครตีลูกบ้าง…อ่านทางนี้!! แล้วเอาไปโพสให้เพื่อนๆแม่ๆ อ่านกันในเวปนึง อยากรู้ว่าเนื้อหาบทความเป็นยังงัยลองตามไปอ่านกันได้ที่นี่ http://mothercorner.com/index.php?topic=553.0 ผลของการตอบรับเป็นเรื่องที่ทำให้เราตกใจมากๆ เชื่อกันหรือไม่ คนรุ่นเราส่วนใหญ่ยังตีลูกกันอยู่เลย หรือเพราะคนที่ไม่ตีลูกไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นกันก็ไม่รู้ เพราะกระแสการตีลูกมาแรงมาก จริงๆ อยากจะเรียบเรียงความเห็นส่วนตัวให้อ่านง่ายๆ เสริมให้อ่านเพิ่มกันตรงนี้ ลองอ่านกันดูละกัน แต่ก่อนที่จะบอกว่า เราก็ตีลูก ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน หรือตอนเราเด็กๆ ก็โดนตี ก็เห็นโตขึ้นมาได้ดี ได้ดีเพราะไม้เรียว เราว่าประเด็นนี้มันคนละประเด็นกัน ไปอานบทความต้นทางกันก่อน แล้วทำความเข้าใจให้มั่นใจว่าเข้าใจซะก่อน แล้วจะแสดงความคิดเห็นอะไร สุดแล้วแต่ท่าน… ลองนึกย้อนกลับไปตอนเราเป็นเด็ก ตอนถูกตี เราคิดว่าเราผิดหรือไม่ ต้องมีบางครั้งที่เราผิดจริง แต่ครั้งที่เรามั่นใจว่าเราไม่ผิด แล้วถูกตี รู้สึกยังงัย? บทความนึงบอกว่า การที่ผู้ใหญ่ลงมือตีเด็ก สึ่งนึงที่เด็กรู้สึกก็คือ การถูกรังแก โดยคนที่โตกว่า เด็กเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ รังแกคนอื่นต่อไป เพราะเหตุว่า เค้าฝังใจกับการที่ถูกลงมือ โดยผู้ที่แข็งแรงกว่า ลองมานึกถึงตอนที่เราโตแล้วเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้ว เราอ่านมาเยอะแล้ว หลายๆ สำนักเค้าก็วิจัย บอกว่าไม่ควรตี เราคิดตามและวิเคราะห์ถึงเหตุผลอย่างดีแล้ว ยังงัยก็จะไม่ตีลูกเด็ดขาด แต่ไม่ได้แปลว่า… เราจะตามใจลูก เอาใจลูกทุกอย่าง ของอย่างนี้ขอบอกว่าไม่มีในหัว […]

Monday, November 30th, 2009

นิสัยรักการอ่าน ปลูกฝังได้ตั้งแต่แรกเกิด

ต่อจากเรื่องที่แล้ว เรื่องดูทีวี น้องต้นหนาวเองไม่เคยได้ดูทีวีเลย เพราะแม่ไม่ให้ดู เพราะคุณหมอแนะนำว่าไม่ควรดูก่อนสองขวบ และก้ออ่านเจอเองหลายครั้งหลายหน ก้อเลยไม่เอาอ่ะ ไม่ให้ดู 55 เคยเหมือนกันที่ไปเล่นที่บ้านเพื่อนแล้วเค้าเปิดทีวี แต่เราก้อจะพยายามนั่งบังไม่ให้ลูกดู ซึ่งถึงจะไม่บัง ลูกก้อแทบจะไม่ดูอยู่แล้ว เพราะสนใจสิ่งที่แม่ปฏิสัมพันธ์ด้วยมากกว่า ของชอบที่สุดของน้องต้นหนาวก้อคือหนังสือ อันนี้ไม่ได้จะบอกว่าลูกฉลาด หรือจะเรียนหนังสือเก่ง กว่าชาวบ้านชาวช่องแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะแม่อ่านหนังสือนิทานให้น้องต้นหนาวฟัง พร้อมเปิดให้ดูภาพในนิทานไปด้วย ตั้งแต่น้องต้นหนาวอายุได้ ประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นโชคดีหรือยังงัยไม่รู้ ต้้นหนาวสามารถมองเห็นได้ดีพอสมควรตั้งแต่คลอดเลยทีเดียว เพราะเค้าจะมองตามหน้าแม่ได้ตั้งแต่วันแรกๆ ตอนอยู๋รพ. เลย ทั้งๆ ที่เคยอ่านเจอว่าเด็กจะเริ่มมองตามส่ิงต่างๆ ได้เมื่อเวลาผ่านไปแล้วซัก 2 สัปดาห์ – 1 เดือน ซึ่งตอนนั้นแม่ก้อตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะปลูกฝังให้ต้นหนาวอ่านหนังสือ เพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และแม่ก้อชอบเหมือนกัน (แต่แม่ชอบหนังสือทุกประเภท ยกเว้นหนังสือเรียน) แม่จะชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกประเภท ถ้าเอาไปวางทิ้งไว้ในที่ที่มีแต่หนังสือที่สนใจ แม่ก้อสามารถอยู่ได้เป็นวันๆ เลยทีเดียว โลกของการอ่านไม่มีสิ้นสุด และทุกคนสามารถค้นหาความรู้ได้ไม่สิ้นสุด หากรู้จักกับการอ่าน ทุกวันนี้ของโปรดของต้นหนาวคือหนังสือนิทานต่างๆ, หนังสือ My First Words […]

Tuesday, October 13th, 2009

TV เจ้าปัญหา

ปกติจะเข้าเวปบอร์ดเกี่ยวกับแม่ๆลูกๆ ที่นึงประจำ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยได้ไปตอบเท่าไหร่ ปกติเจอคำถามโดนๆ จะเจ๋อเข้าไปตอบกับเค้าแทบทุกเรื่อง เป็นคนที่แบบว่า เห็นอะไรขัดหูขัดตาไม่ได้ ต้องตอบหน่อยวะ @.@ ไม่รู้ว่าที่นั่นเค้าสังเกตกันมั้ย ว่าช่วงนี้กระทู้เรื่องดูทีวีมาบ่อยมาก ถ้าเราเห็น ก้อจะสาระแนเข้าไปตอบทุกครั้ง พลาดไม่ได้เลยทีเดียว คำถามส่วนใหญ่จะมาประเภทว่า เปิดทีวีไปด้วยลูกจะพูดช้ามั้ยคะ, ลูก 2-3 ขวบแล้วยังไม่พูดเลย, อาการแบบนี้สมาธิสั้นมั้ยคะ, พัฒนาการแบบนี้ช้าไปไหม, ลูกสนใจทีวีมากเลย ต้องเปิดทั้งวัน, ต้องให้ลูกนั่งหน้าทีวี แม่จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง, เวลาลูกทีวีจะดูนิ่งมาก ดูสนใจมากๆ ฯลฯ สารพัดปัญหาเกี่ยวกับไอเจ้าจอสี่เหลี่ยมบ้าบอนี่ และเราก้อจะต้องเจ๋อเข้าไปขอตอบเหมือนเดิมทุกๆ ครั้ง ว่าเรื่องนี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเสียสละ ถ้าเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ใหญ่โตกว่านี้ที่ต้องเสียสละเพื่อลูกอีกมากมาย คุณจะทำได้หรอคะ เราไม่เปิดทีวีเลยตั้งแต่ลูกคลอด ห้ามพ่อน้องต้นหนาวด้วยว่าห้ามเด็ดขาด ถ้าจะดูรอลูกหลับ ทุกวันนี้พ่อน้องต้นหนาวก้อเปลี่ยนจากคนชอบดูทีวี มาเป็นดูแค่บอลอาทิตย์ละ 1 วัน ครั้งละไม่กี่ชม.เท่านั้น เรื่องนี้งานบ้านต้องแบ่งหน้าที่คุยกันกับสามีไปเลย ถ้าเค้าไม่ช่วยก้อหาคนมาช่วยค่ะ จะจ้างจะอะไรก้อว่าไป การเปิดทีวีเพื่อให้ลูกอยูู่นิ่ง เพื่อทำงานบ้านหรืออะไรก้อแล้วแต่มีแต่ผลเสีย อย่างที่เห็นในหลายๆกรณี หลายๆครอบครัวมากแล้ว เรื่องลูกพูดช้า และสมาธิสั้น หากต้องทำงาน […]

Monday, October 12th, 2009