Hanoi – Perfume Pagoda – Sapa – City Tour (9-14 May 2007)

ไป VietNam จ้า 2nd “Honeymoon”

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 9 May 2007
เที่ยวบินที่ FD3702 from BKK to HAN

Departure 11:45
สายการบิน Air Asia (0 บาท) โฮ๊ะๆๆ
อัตราแลกเปลี่ยน (ณ วันที่
9 May 2007 )
-> $1 = 35 BHT (โดยประมาณ)
-> $1 = 16039 VND
(โดยประมาณ)
-> 1
BHT = 458 VND (โดยประมาณ)


มาถึงแล้วจ้า สุวรรณภูมิ

อยู่บนเครื่อง 1 ชม. กว่าๆ ก้อถึง Vietnam แล้ว

นี่ก้อสนามบินนอยไบ เวียดนาม สนามบินเค้าเล็กมั่กๆ

ถึง Vietnam แล้ว ทีนี้ก้อถึงคิวจะต้องออกเดินทางอีกแล้ว เพื่อไปยังโรงแรม Prince III (ถนน Hang Cot) ที่จองไว้ใน Hanoi ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมง เดินทางด้วย Taxi ที่ทางโรงแรมเตรียมมารับ ราคา $10

ห้องพักโรงแรม Prince III เฟอร์นิืเจอร์ดูจีนจิงๆ นะ ทั้งหมดนี้ราคา $15 ต่อคืนเท่านั้นจ้า


อันนี้คืออะไรไม่รู้หล่ะ สงสัยจัง

เก็บข้าวของเสร็จแล้ว ก้อออกเดินสำรวจเมือง เดินออกจากโรงแรมมาได้แค่บล๊อกเดียวเท่านั้น ก้อเจ๊อะเข้ากับร้านอาหารไทย ดีใจจิงๆ คนเรื่องมากอย่างเราไม่อดตายแย้ว เย้ๆๆ

เจอร้านอาหารไทยแว้ว ดีใจ ๆ


ขนมอารายก้อไม่รุ ใส่น้ำแข็งเป้นกระปุกๆ กินกันใหญ่เยย

สำรวจเมืองเสร็จแล้วก้อหิว เลยไปหาร้านอาหารประทังชีวิต
มาถึงเวียตนามแล้วขอลองอารายแปลกๆ หน่อย ยังไม่อยากเริ่มต้นด้วยอาหารไทย
เลยไปลองร้านอาหาร(ฝรั่ง+เวียตนาม) เป็นอาหารเซท (ข้าว+น้ำผลไม้+ผลไม้) ในราคา 39000 ดอง (เป็นเงินไทยเท่าไหร่ลองคำนวณกันเอาเอง)
อาหารในเซทมีหลายอย่าง แต่ไหนๆ มาถึง เวียตนามแล้ว อาหารจานหลัก ก้อเลยของเลือกเป็น “Pho-เฝอ”
ก้อพอจะกินไ้ด้ คล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา แต่เส้นมันจะใหญ่กว่าเส้นเล็กหน่อย แต่รสชาดของเส้นอร่อยดี แต่น้ำซุปไม่เวิร์ค น้ำผลไม้เลือกเป็นน้ำมะนาวปั่นของโปรด แต่เป็นน้ำมะนาวที่หวานมาก แล้วก้อคงจะใส่น้ำแข็งตอนปั่นลงไปแค่ 1 ก้อน เลยกลายเป็นน้ำมะนาว หวานๆ จืดๆ และไม่เย็น (สยองมาก)
หลังจากลองของแปลกไปแล้ว ก้อสรุปกะตัวเองเลยว่า ถ้าไม่จำเป้น ไม่ขอลองอะไรแบบนี้อีกแร้น


Actionnnnnnn…

หมดวันแรกในฮานอยด้วยความประทับใจของบ้านเมือง และการสำรวจข้าวของ(ราคาถูก)
แต่ยังนอนหลับด้วยความคิดถึงน้ำมะนาวที่หาความเปรี้ยวไม่เจอ

เช้าวันที่ 10 May 2007 ต้องตื่นแต่่เช้าอีกแว้ว เพราะต้องออกเดินทางไป Perfume Pagoda แต่เช้า รถมารับที่โรงแรมประมาณ 8 โมง (ค่าทัวร์ $14/Person)
แต่ก่อนอื่นต้องซัดอาหารที่ทางโรงแรมจัดมาให้ก่อนหล่ะ


อารายกันเนี่ย “เฝอ” อีกแล้วหรอ


คุณลุงที่พักโรงแรมเดียวกัน


ออกเดินทางไป “Perfume Pagoda”


แวะพักระหว่างทางที่ร้านขายของฝาก ไม่รู้ว่าบริษัททัวร์ได้ค่าตอบแทนอารายรึป่าวนะเนี่ย พักซะนานเยย ตั้ง 20 นาที เลยลงไปแวะฉี่ใส่ห้องน้ำร้านขายของฝากซะเลย โฮ๊ะๆๆ

เดินชมร้านไปเรื่อยๆ ก้อไปเจ๊อะกะเจ้านี่เข้า

“Wow อยากกินจัง อารายอยู่ในขวดนะเนี่ย”


“จึ๋ย” ตัวอาราย ดูกันเอาเอง ถ้าดูไม่ออกจะบอกให้ว่า มีทั้ง “ตุ๊กแก+งู+แมงป่อง”

นั่งรถมาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก้อถึงแล้ว แต่ว่ายังไม่ถึงจิงๆ หรอกนะ

ถึงที่หมายแล้ว แต่ต้องนั่งเรือพายไปอีก 1 ชม. เอ้า…จ้ำๆๆๆ


ใส่ชูชีพ(ที่ยืมเค้ามา) ก่อน เพราะว่ากัวตกน้ำ ลงทุนแบกไปเองจากเมืองไทยเลย เพราะคุงแฟนบอกว่าเค้าไม่มีชูชีพมาให้ ทำให้เราไม่กล้าล่องเรือ(เป็นสาเหตุที่ไม่ยอมไปฮาลองเบย์) เดือดร้อนคุงแฟนเลยต้องจัดการหาชูชีพมาให้ ชูชีพอันนี้อภินันท์นาการยืมมาจากคุงพี่ปู (TOT)

ลงเรือจิงๆ หล่ะนะ คนที่นั่นเค้าบอกว่าน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร เอาชูชีพมาทำไม (- -! )

เพื่อนร่วมชะตากรรม เอ๊ย! เพื่อนร่วม Trip : Perfume Pagoda ชาวเวียดนาม 2 คน ที่พูดอังกิดได้คล่องปร๋อ


ส่วนอันนี้ เพื่อนร่วมชีวิต – - – อุ๊ย… เขินๆๆๆ


สองคนนี้พยายามตามเก็บภาพเรา เพื่อเอามาขายเราหลังจบ Trip คิดจะขายเราใบละ $1 หรอ ไม่มีทางหรอก โฮ๊ะๆ


ขยับตัวจะถ่ายรูป ไม่รู้ฝีพายเค้าบ่นอะไร ฟังไม่รุเรื่อง พูดอังกิดก้อไม่ได้ เฮ้ออออ…


ชาวประมงก้อมาวางแหดักปลากะเค้าด้วย


ถ่ายคู่กันหน่อย Cheese


ฝูงเป็ดพากันออกมาเล่นน้ำกันหัวทิ่มหัวตำ


นี่ก้อเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกเช่นกัน


แอบถ่ายฝาหรั่งสวยๆ หล่อๆ


ถ่ายคู่กันโดยช่างภาพในเรือ เห็นบอกว่าเป็นมีงานอดิเรกเป็นช่างภาพการกุศล อารายประมาณน้านอ่ะนะ


มาถึงแล้ว เด๋วจะได้เหนื่อยกันแระ


ดุจากสถานที่ดูจะได้รับวัฒนธรรมจีนมาเยอะมากๆ


บังทำไม จะดูวิว


อีกมุม


บังอีกแระ

ก่อนทำการเดินขึ้น Perfume Pagoda เค้าก้อพามาแวะทานอาหารกลางวันเอาแรงกันก่อน

อาหารกลางวันของวันนี้ โอ๊ย ชั้นจะกินได้มั้ยเนี่ย – -’

หน้าร้านอาหารนี่หน้ากลัวมาก มีสัตว์สตาฟ เต็มไปหมด แถมระหว่างทางยังเจอร้านอาหารแปลกๆ ที่เราสัตว์มาแขวนหน้าร้านกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ เห็นเค้าว่ากันว่าเป็นกวาง แต่เราว่าบางตัวหน้าตาเหมือนเก้งเอ๋งมากกว่า

ดูกันดีดี ว่าหน้าร้านนี้มีอาราย


จะเริ่มขึ้นจิงๆ ละนะ

ระหว่างทางเจอทั้งอาม่า อาป้า เพียบไปหมด

เหนื่อยมั่กๆ ฮ่ะ แต่เดี๊ยนก้อยังสู้ตาย ก้อกำลังใจดีนี่เน๊าะ


กระเช้าอยู่ันั่น ชั้นจาเอาๆๆๆ


ก้อบอกแล้วว่าเหนื่อยจิงๆ นะ


โอ้… โฉมหน้าผู้พิชิต Perfume Pagoda


เรามาถึงแย้ว เย้ๆๆ


ด้านใน Perfume Pagoda เห้นเค้าว่าใครอยากมีลูกให้มาขอกันที่นี่แล้วจะสมหวัง

ระหว่างทางที่เดินขึ้นกันมาด้วยความเหนื่อยและยากลำบาก ตกลงกันแล้วว่าเราจะกลับกันด้วยกระเช้าดีกว่า ไม่งั้นมีตายกันไปข้างนึงแน่ๆ

เย้… จาได้กลับกระเช้าแล้ว

ก่อนนั่งกระเช้าเราต้องทำการซื้อตั๋วกันก่อน

ราคาเที่ยวละ 30000 ดอง/คน


ได้ตั๋วมาแร้นจ้า โอ๊… กระเช้าอยู่ด้านหลังแล้วจ้า


มาถึงแล้วต้องมารอพรรคพวกที่ร้านด้านล่างก่อนเดินทางกลับด้วยเรือพายอีกรอบ


ขากลับแล้วจ้า เพื่อนเดินทางอีก 2 คนที่เดินขึ้นพร้อมกัน คุงพี่ My My (มี่มี่) ชาวเวียตนามที่ไปอยู่ลอนดอนมาหลายสิบปีกลับมาเยี่ยมบ้าน กลับคุงพี่ Lieuw สายเลือดจีน จากเมกา

กลับถึงที่พักก้อเย็นแล้ว ด้วยความหิวโซ เพราะความเหนื่อยจากการเดินขึ้นเขา และอาหารที่ไม่ค่อยจะมีตกถึงท้อง เพราะกินอารายไม่ค่อยจะได้เลยเมื่อตอนกลางวัน เรียกได้ว่าแทบจะกินข้าวเปล่า เลยร้องจะไปกินอาหารไทยร้านที่เจอในวันแรกให้ได้ โฮ๊ะๆๆ ไม่อดตายแล้วช้านนน…

หิวมากกกก ขออาหารไทยด่วนๆๆ


ข้าวผัดจานละประมาณ 100 บาท อร่อยสุดแล้วตั้งแต่มาที่นี่


ร้านเบเกอรี่ ของดีใกล้โรงแรมบังเิอิญเดินไปเจอ ตอนเดินเล่น อร่อยดี นู๋ช้อบ ชอบ ใครไปต้องไปกินให้ได้นะ

ใครจะไปพัก จำหน้าตาโรงแรม Prince III (ถนน Hang Cot) เอาไว้ให้ดีดีนะ
ตอนแรกคิดว่าหลังกลับมาจากเดินทางไปซาปา จะหาโรงแรมใหม่อยู่ แต่เท่าที่เดินหามาทั่วเมืองแล้วรู้สึกว่าโรงแรมอื่นๆ ไม่ค่อยเวิร์ค เพราะห้องเล็กกว่าและทุกที่มีกลิ่นเหม็นอับมากๆ สรุปว่าที่ Prince III นี่ เวิร์คมากๆ


หน้าโรงแรมที่พักจ้า

คืนวันที่ 10 May 2007 ต้องออกเดินทางอีกครั้ง โดยรถไฟ ทางโรงแรมจัดหา Taxi ไปส่งให้ถึงสถานี โดยไม่คิดสตางค์ (คงบวกไปแล้วอ่ะนะ) แต่เราแอบดู Meter ขึ้นที่ 15000 ดองเท่านั้นเอง (Taxi ที่นี่ Start ที่ 7000 ดอง)

ออกเดินทางไป Sapa (ทางเหนือของ Vietnam) แล้วจ้า


นอนอืดๆๆ


What is it? อารายกันเนี่ย…

เข้าวันที่ 11 May 2007 ถึง สถานี่ Laocai แล้วจ้า ตื่นมาด้วยอาการงัวเงียๆ หน้าตาสะลึมสะลือ สุดๆ

ตื่นเช้ามาก้อถึง Laocai แล้วซะงั้น

ออกจากสถานี Laocai แล้วเราต้องหารถไป Sapa อีกที โดยจะมีรถตู้ให้จับจองที่นั่งอยู่หน้าสถานีอยู่แล้ว ราคาอยู่ที่ 25000 ดอง/คน เท่าั้นั้น ใช้เวลาเกือบๆ 1 ชั่วโมงก้อจะถึง Sapa

ถึงแล้วโรงแรมที่พัก Sapa Summit

ภายในห้องพักสะอาดพอใช้ได้ ไม่มีกลิ่นอับ

วิวภูเขา สวยมากๆ


สภาพห้องโดยรวม

โชคดีที่เราสอบถามจากเครือของโรงแรม Sapa Summit ที่ฮานอยไปแล้วว่า Room Rate อยู่ที่ $12 เพราะตอนไปถึงโรงแรมเค้าจะคิดราคาเราขั้นต่ำที่ $15 แต่เราบอกทางเค้าว่าสอบถามมาจากทางฮานอยให้เราที่ $12 เท่านั้น แต่ที่โรงแรมนี้ต้อง check out ที่เวลา 8.00 ทำให้เราจะไม่มีห้องอาบน้ำ เลยต้องเสียค่าห้องเพิ่มอีกครึ่งวัน เพื่อให้เรามีห้องอาบน้ำก่อนในวันเดินทางกลับ สรุปแล้วต้องจ่าย ($12+$6 = $18) เท่านั้น

ด้านหน้าโรงแรม ไม่น่าเชื่อว่าจองได้ในราคาคืนละ $12 เท่านั้น

ที่ซาปานี่อากาศเย็นมากๆ ถึงขั้นหนาวเลยทีเดียว แต่เราไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวไป แต่โชคดีที่ยังมีเสื้อแขนยาวติดกระเป๋าไป 1-2 ตัว แต่ฝรั่งที่นั่งคงเตรียมตัวมาดี เห็นเค้ามีเสื้อกันหนาวใส่กัน ปิดมิดชิดถึงคอเลยทีเดียว

สูดอากาศบริสุทธิ์กันหน่อย


เดินเที่ยวเมืองกันดีก่า

ที่นี่เวลาเดินไปไหนมาไหน จะมีชาวเขามาพยายามขายของตลอด เราต้องบอกไม่เอาๆ No no no ไปก่อน
โอ๊ะ no no no อย่างนี้ไม่ดี โอ๊ะ no no no อย่างนี้ไม่เอา

ชาวเขามากันแระ


ตลาดที่เต้มไปด้วยชาวเขา และนักท่องเที่ยวมากมายหลายเชื้อชาติ

เดินเที่ยวแล้วก้อหิวอีกแระ ก้อเลยต้องร้องให้คุงแฟนพาไปหาของกินน่ะจิ หลายๆร้านไม่มีคนเลย(แม้แต่คนเดียว) เดินมาเจอร้านนึง มีฝรั่ง 2 คนนั่งกิน น่าจะดี ร้านนี้มีคนกินด้วยแฮะ
เรา 2 คนสั่งไป 2 เมนู เป็นเมนูหมูทั้งสองจาน จากแรกมาเป๊นซี่โครงหมู แต่เ็ป็นซี่โครงที่กระดูกเล็กมาก คุงแฟนกินไปหน่อยเดียวก้อกินไม่ลง แต่ไม่กล้าบอกเรา ทำอุบเงียบไว้ ทำหน้าเหมือนไม่หิว
อีกเมนูเป็นหมู BBQ มาเป็นกะทะร้อน น่ากินมาก แต่กินไปคำแรกแล้วรู้สึกว่าไม่เหมือนหมูเอาซะเลย เพราะเนื้อนุ่มมาก คล้ายๆ ไก่ แต่เราสั่งเป็นหมูไป เลยเริ่มระแวงเพราะตอนสั่งเห็นนเมนู เค้าจัด Pork ไว้หมวดเดียวกับ Rabbit เลยคิดว่ามันอาจจะเป้นกระต่าย BBQ ซะแล้ว เริ่มกินไม่ลงในทันที แต่คุงแฟนกัวเราจะหิวเลยบอกว่ามันน่าจะเป็นหมู ทั้งๆ ที่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจกันแระ


หมู หรือหมา หรือกระต่าย ไม่แน่ใจ


แหวะ ต้องเป้นหมาแน่ๆ เยย

อิ่มแล้ว(รึป่าว?) ก้อเดินเที่ยวอีกแว้ว

โบสถ์อารายไม่รุ


ถนนหนทางในซาปา


หน้าโรงแรม Sapa Summit


น่ารักเป่า


เขิลลล์

ก่อนมาคุงแฟนหาข้อมูลมาว่า Bamboo Hotel จะมี บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าในราคา $2.5 มีคนแนะนำมาว่าดี ต้องไปกินให้ได้ เราก้อเลยกางแผนที่ Sapa (อีกแล้ว) เดินหา Bamboo Hotel กัน

ภายใน Bamboo Hotel ที่เราจะไปทานข้าวกัน

พอไปถึง เราแอบเห็นจากด้านนอกว่าระเบียงของ Restuarant เค้าวิวสวยมาก เลยขอเข้าไปดู

วิว จากระเบียงของ Bamboo Hotel


วิวสวยมั่กๆ


คู่กับฉัน นะนะ…เราคู่กันคงเป็นฝัน


ด้านหน้า Bamboo Hotel

สำรวจสถานที่สำำหรับ Breakfast ในวันรุ่งขึ้นแล้ว ก้อได้เวลาเดินสำรวจที่อื่นๆ ต่อ
มีอีกร้านที่เค้าแนะนำไว้ เป้นร้านกาแฟ ตอนขากลับโรงแรมเราเลยขอแวะชิมซะหน่อย ตามประสาคนชอบชิมกาแฟ & ขนม
ภายนอก และภายในร้าน ตกแต่งไว้น่ารักมาก

ร้านกาแฟสุดน่ารัก (แต่ไม่อร่อยเยย) รสชาดเหมือนน้ำล้างกาแฟ


กาแฟ+ขนม ประมาณ 40000 ดอง


ระหว่างทางกลับโรงแรม


อ๊ะ คู่กันอีกแว้ว…


ระวังตกไหล่เขานะจ๊ะ

พักหายเหนื่อยแล้วเราก้อเดินเล่นต่ออีกครั้ง

บันไดข้างร้านกาแฟ ทางเดินสู่ตลาด


แอ๊คหน่อย


ช่วยด้วย ฝาหรั่งโดนรุม!!

ระหว่างเดินเล่นก้อสรุปกันว่า มื้อเย็นลองไปชิมอาหารที่ Bamboo Hotel กันดีก่า เพราะน่าจะมาตรฐานกว่าร้านอื่นๆ กัวคนเรื่องมากอย่างเราจะกินไม่ได้อีกนั่นแหละ

Soup ที่ Bamboo Hotel


Nam ของเวียดนาม หรือปอเปี๊ยะบ้านเรานี่แหละ


กุ้งอารายไม่รุ คล้ายๆ ผัดเปรี้ยวหวาน


นี่ผัดอารายไม่รุอีกแหละ


ผลไม้ใน Set


ระเบียงอีกแว้ว


น่ากัวมะ


สวีตมะ


คุยไรกันน้า…


So Sweet…


ยังอยู่ที่ร้านอาหารโรงแรมอยู่เรย


ปิ๊งๆๆ

อิ่มแล้ว เรา 2 คน ก้อเดินสำรวจเมืองกันต่อ

หามุมใหม่ๆ ถ่ายรูปได้อีกแร้ววว…


ไปแอบถ่ายหน้าโรงแรมชาวบ้านเค้า


ตรงนี้คล้ายๆ เป็นจุกศูนย์รวมอะไรซักอย่าง เป้นลานกว้างๆ


หนังสือ Trip ที่นำไปด้วย

อากาศดีมาก เราเลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ ไปเจอกับทะเลสาปเล็กๆ โดยบังเอิญ ฟ้าก้อเริ่มมืดแล้ว

ถ่ายรูปริมทะเลสาป


สวย (ในมุมมืด)


คู่มั่งนะ


ทะเลสาปยามดึก

นั่งพักกันพอแล้ว ก้อเดินกลับไปยังลานที่เต็มไปด้วยผู้คน ที่ออกมาเดินเล่น+ช้อปปิ้ง
ข้างทางเต็มไปด้วยแผงขายมันปิ้ง ข้าวปิ้ง(ใส่กระบอกไม้ไผ่เล็กๆ) ฯลฯ

คุงพี่คนขายร้านที่เราแวะชิม


และที่เราชอบมากเลยก้อนี่ “เกาลัด” ปิ้ง ผิงไฟ


เดินชิมไป 1 ไม้


อดใจไม่ไหว ต้องกลับมาขอชิมอีกรอบ


คุงพี่คนขายก้อยิ้มแย้ม ดูจะชอบเรา 2 คนเหมือนกัน


คุงพี่ร้านข้างๆ สงสัยจะอิจฉา เ็ก็บข้าวเก็บของ ลุกหนีไปขายต่อที่อื่นเลย


อันนี้ ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่น่าจะเป็นอะไรที่คล้ายๆ การพนันเหมือนพวกลูกเต๋า น้ำเต้าปูปลา ไรประมาณนั้น ไม่แน่ใจ


เดินสำรวจ หาซื้อของถูกกันดีกว่า


อ๊ะ! เจอแล้ว กระเป๋า 50000 ดอง สวย ดูดี มีชาติตระกูล แต่มีคนบอกว่าน่าจะต่อราคาให้ได้ 2 ใบ 80000 ดอง

แล้วก้อหมดวันที่ 11 May 2007 ด้วยประการละฉะนี้

เช้าวันรุ่งขึ้น (12 May 2007) เรารีบตื่นแต่เช้า เพราะอยากไปกินอาหารเช้าที่ Bamboo Restuarant เพราะว่าเมื่อวานถามเค้าว่าอาหารเช้าเค้ามีเบคอนมั้ย เพราะตั้งแต่มา ยังไม่ค่อยได้กินอะไรที่เป้นเนื้อสัตว์เลย กินแต่คาร์โบไฮเดรต อยากได้้เบคอนมาสัมผัสกระเพาะอาหารมากๆ

แบงค์ 500000 ใบสุดท้ายแล้ว ถ่ายเก็บไว้ดูต่างหน้าหน่อย


โฉมหน้า ไลน์ปุฟเฟต์ ที่เต็มไปด้วยข้าวผัด ผัดมาม่า ฯลฯ ซึ่งไม่ปรากฏเงาของเบคอนแม้แต่น้อย (- -’ )


ไหนๆ ก้อมาแระ ถ่ายรูปจากมุม Bamboo Restaurant ซะให้คุ้ม


ใครน่ะ


แล้วนี่หล่ะใคร


นู่นแน่ะนกเขากรูจู๊กกกก… 55


ฟ้าสลัว หมอกก้อหนาจิงๆ เช้าวันนี้


มุมศิลป์ (รึป่าว)

เด็กเสิรฟที่นี่หน้าตาคุ้นๆ ยังงัยไม่รุ

น้องๆ ไปเอาของกินมาจิ๊


ชาร้อนให้พี่ที่นึงด้วยนะ


มองจากมุมสูง


ทางเดินที่หลงไป นึกว่าทางไป Cat Cat


เจอเพื่อนร่วมชะตากรรม Trip : Perfume Pagoda ที่ Bamboo Restaurant ซะงั้น Sapa นี่ช่างแคบซะจิงๆ

ออกจากโรงแรมฝนก้อตก เราต้องไปหาอุปกรณ์กันฝนกันก่อน ได้ชุดกันฝนมา ราคา 16000 ดอง/ชุด

เด็กน้อยชาวเขาที่เราถามทางไป Cat Cat พาเราไปส่งตั้งไกล ใจดีมากๆ


โอ๊ย…ฝนไม่หยุด ทางก้อลื่นไปไม่ไหว กลับโรงแรมดีก่า

ถึงโรงแรมแล้วก้อหิวอีกแร้น หิวทั้งวันเลยใยคนนี้

แวะพักทาน Pizza ที่ Sapa Summit


โฉม(ไม่)งาม กะดอกกุหลาบ


ขออีกที เผื่อจะงามซักที (โปรดสังเกต ตุ้มหูนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่คู่ละ 10000 ดองเท่านั้น ซื้อได้ที่ Sapa)


นั่งรออาหารอยู่ดีดี ก้อเจอกันคุงพี่ Lieuw จากเมกา ที่ร่วมทริปจาก Perfume Pagoda อีกคน

จบภารกิจ จัดการกับ Pizza แล้วก้อกลับมาที่ห้องพัก

เพื่อซัด “มาม่า” ต่อ


พร้อมกับชมวิวไปด้วย


ห้องพัก 407 Sapa Summit


ตื่นเต้นๆๆ


ของที่ชาวเขาแทยทุกคนต้องขายเลย แล้วก้อจะขายเหมือนๆ กันแทบทุกคน


กลับมาที่ลานกว้างๆ อีกครั้ง

เจอคนไทยชื่อ โจ้ มาเพียงลำพัง พร้อมกับอาสาถ่ายรูปให้

แช๊ะ ๆๆ


อีกรูปงับ


ตู้โทรศัพท์ของที่นี่


สวนที่เรามาแวะนั่งกินเกาลัดปิ้งกันเมื่อคืน


กลับมาที่ทะเลสาปกันอีกครั้ง คราวนี้ฟ้าใส เหมาะกับการถ่ายรูปแล้ว


บอกให้เค้าทำหน้าหมู แต่ตัวเองยิ้มซะงั้น (- -’ )


ดงดอกไม้ริมทะเลสาป


ATM ของที่นี่


สู้โ-้ย…


ก่อนกลับเข้าไปผจญภัยอีกครั้ง


หมาเวียตนาม กร๊ากกก…


อันนี้คนนะ ไม่ใช่หมา

เดินไปเดินมาก้อเจอจะเพื่อนฝรั่งที่นั่งรถตู้มาคันเดียวกันจาก Laocai มา Sapa
ลืมเล่าไปว่าเป้นฝรั่งที่ติงต๊องที่สุดเท่านี่เคยเจอมา เป้นชาว France พูดจาแปลกๆ ท่าทางเหมือนเกย์ แต่หยิบรูปแฟนสาว กะแม่มาให้ดูด้วย แล้วก้อหัวเราะตลอดเวลา ไม่รุกินไรผิดสำแดง หรือว่า Take กัญชาเข้าไป

เจอคราวนี้มาพร้อมกับเด็กน้อยชาวเขา 2 คน พร้อมกับแนะนำว่านี่เป็นเพื่อนใหม่ของเค้าเอง แล้วก้อเดินเที่ยวไปกะเด็ก 2 คน อย่างมีความสุข


หน้าร้านอาการฝรั่ง ที่มีฝรั่งมานั่งจิบเบียร์ โซนนี้จะเต็มไปด้วยชาวเขาที่มารอขายของให้กับนักท่องเที่ยว


อะโจ๊ะๆๆ


คันหัวเฟ้ย หัวไม่ได้สระมาเป้นเดือนแว้ววว…


มองลอดช่อง


คู่นี้แหละที่ราคา 10000 ดอง ดูกันชัดๆ


เลี้ยงลูกกันแบบนี้แหละ ตอนพักเหนื่อย ตอนขายของจะเอาผ้ารัดแล้วสะพายหลังกันทุกคน เด็กบางคนคอพับคออ่อนกันเลยทีเดียว น่าสงสารมาก


แอบถ่าย “ฝาหรั่งแอบถ่าย” อีกที


จอแจม๊ากฮ่ะ


ดูเธอออกจา Sexy เมื่อยามเธอ “ส่ายเอวๆ”


ไม่ซื้อค่ะ นู๋มาถ่ายรูป


ขายกันข้างทางอย่างนี้เลย


หน้าทางเ้ข้าตลาดซาปา


เล่นทีเผลออีกแว้วนะ


รักเค้าใช่มะหล่ะ

ถ่ายรูปกันจนเพลิน ได้เวลาเดินทางกลับ Hanoi แล้วหล่ะ นั่งรถตู้ออกจากโรงแรม เวลา 17.30 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก้อถึง Laocai

ตารางเดินรถไฟ แต่ก้อยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมที่นี่ถึงจองตั๋วรถไฟเองไม่ได้ ต้องจองผ่าน Travel Agency เท่านั้น


ขากลับได้ใช้บริการของ บ. Ratraco ดูดีกว่าขามา ที่ได้ใช้บริการของรถไฟรัฐบาล


ที่นอนดูสะอาด สะอ้าน กว่าเยอะเลย


น่านอนจิงๆ


เตรียมตัวนอน รถไฟจะออกเวลา 20.30


สภาพตู้นอน ใน 1 โบกี้


สภาพภายนอก

เช้าวันใหม่ (13 May 2007 ) ถึงสถนีรถไฟ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รถ Taxi ที่ทางโรงแรมบอกจะมารับที่สถานีก้อไม่เห็นแม้แต่เงา เลยคิดว่าจะหา Taxi กลับไปเอง แต่ถามแต่ละคันบอกราคา 50000-60000 ตลอด ทั้งที่ที่จำได้ว่าขามามันแค่ 15000 ดอง แล้วมันก้อใกล้แค่นิดเดียวเท่านั้น ตามที่เรากางแผนที่ดู
เลยตัดสินใจกันว่า เราจะเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ Taxi ที่ราคาเหมาะสมค่อยขึ้น ระหว่างทางก้อมีมอเตอร์ไซด์ (ที่นี่เรียกว่า Moto) เดินตามตลอด ทั้งๆที่เราสองคนมีกระเป๋ารวมกันหลายใบก้อยังจะมาคะยั้นคะยอให้ขึ้นอยู่ได้ โมโหก้อโมโห แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินหนีลูกเดียว บอก No No No ยังจะตามาอีก นี่คนหรืออารายกันเนี่ย พูดไม่รู้เรื่องเลย เด๋วป้าดดด… มาเรียก Madam Madam อยู่ได้
เดินไปเดินมากางแผนที่ดุมันใกล้โรงแรมซะงั้น เลยตัดสินในเดินกลับเอง ไม่พึ่งรถอะไรทั้งสิ้นแระ ถึงจะลำบากก้อไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเด็ดขาด

ระหว่างทางกลับโรงแรม เจอคุงลุงกะลังจุดเตาอะไรซักอย่างอยู่

ถึงโรงแรมแล้ว ก้อต้องอาบน้ำอย่างด่วน เพราะทนสภาพตัวเองไม่ไหว อาบน้ำเสร็จหลับเป็นตาย กว่าจะตื่นอีกทีเกือบเที่ยงวัน
ตื่นแล้วก้อหิวอีกแร้วววว ต้องหาอะไรที่มันคุ้นเคยๆ มากระแทกกระเพาะด่วนนน…

กลับไปตายรัง ร้านอาหารไทยร้านเดิม


ไม่สวย ไม่ใส ไม่ไร้สติ


“ไก่ห่อใบเตย”ที่รสชาดเหมือน “ไก่สะเต๊ะ” ห่อใบเตย แต่ก้ออร่อยดี


อันนี้ ยำไก่ย่าง


อยากกินๆๆๆ ทนไม่ไหวแร้นนนนน


ข้าวโถใหญ่ขนาดกินได้ 3-4 คน หมดด้วยฝีมือของคนหิวโซ 2 คน ในพริบตา

อิ่มแล้วก้อพากันเดินตาม Route ใหม่ ตามรอย City Tour

ระหว่างทางก้อไปเจอกับสิ่งนี้เข้า ‘หรือเราจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้’


Oh!! ต้องใช่แน่ๆ ร้านเสื้อผ้านำเข้านั่นเอง ได้เสียกะตังแย้ว ดีใจที่ซู๊ดดดดด…


ร้านตัดผมที่นี่ มีอยู่ตามฟุตปาธ แบบนี้


จะข้ามละนะ


อนุสาวรีย์อะไรซักอย่าง


หนุ่มที่ไหนเดิินมาน่ะ หัวล้านหรือป่าวไม่ทราบได้


เกือบถึงแล้ว Ho Chi Min Musuem


เก่งมากเลย ‘ปังคุง’


เก็บบรรยากาศหน้า Ho Chi Min Museum (แต่จริงๆ แล้วเข้าไปไม่ได้ เพราะเป็นวันที่เค้าปิดพอดี)


ดูแผนที่กันหน่อย


ฟ้าสวยมากๆ


กลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกันมาแล้ว


Close up

ไหน ๆ ก้อเข้า Ho Chi Min Museum ไม่ได้แล้ว จุดหมายต่อไปคือบ้านพักของท่าน Ho Chi Min แต่ก่อนเข้าต้องจ่ายค่าเข้าคนละ 10000 ดอง หรือประมาณ 20 กว่าบาท

แต่เริ่มรู้สึกว่าไม่คุ้มเยย เพราะไม่เห็งจามีอารายเยย


ถ่ายรูปซะหน่อยดีก่า ไหนๆ ก้อหลงเข้ามาแระ


ที่เก็บรถเก่าๆ ของ Ho Chi Min


ต้นไม้ต้นนี้แปลกดี ขึ้นเอียงๆ ขวางถนน


ห้องทำงานเก่าของ Ho Chi Min เราได้แค่มองดูจากภายนอกเท่านั้น เพราะเค้าไม่อนุญาตให้เข้าไปข้างใน


ป. ปลาตากลมจิงรึป่าวน้า…


แล้วก้อมาแวะพักที่ร้านขายของฝาก


ขายชานั่นเอง กล่องละ 1 ดอลเท่านั้น


ที่นี่ไที่หนายเนี่ย รู้แต่ไม่ยอมให้เราเข้าไป เพราะห้ามใส่กางเกงขาสั้น เลย…อดเลยเรา (- -’ )


นี่จะถ่ายคนหรือต้นไม้กันละฮ้า…


ถ่ายคู่กันหน่อยที่ ‘One Pillar Pagoda…’


หวัดดีงับ ‘ลุงโฮ’


จอแจจัง เง้อ…


ถ่ายกะกำแพงวัดวั่นเมี่ยว ที่เราเข้าไม่ถึง เพราะทางเข้าไกล ขี้เกียจเดิน หุหุ รอบกำแพงวัดเต็มไปด้วยรอยฉี่ ระหว่างที่เราเดินไปก้อมีคนยืนฉี่อยู่ 1คน ถึงว่าทำไมเดินไปๆ มีกลิ่นฉี่เตะจมูกตลอดเวลา


KFC กำเนิดแย้ววว…

เดินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อไปนั่งเล่นที่ทะเลสาป

เจอที่นั่งเล่นแย้ว


ฝาหรั่งนั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ แต่ก้อยังมีขอทานมาขอตังให้รำคาญใจ 1 คน


แชะ ๆ


อีกรูปๆๆ


สวีตกันอยู่นั่นแหละ แหม…


พยายามถ่ายรูปมุมเดียวกะสาวฝาหรั่งคนก่อนหน้า


อีกทีน่า…


ขออีกที เผื่อจาสวยซักที

แล้วเราก้อจบวันที่ 13 May 2003 ด้วยการเดินเที่ยว Night Market

เช้าวันที่ 14 May 2007 ไปเดินเล่นกันอีกรอบ เพื่อตามหาของถูก และกางเกงที่เล็งๆ ไว้ตั้งแต่วันก่อน

รายการทัวร์ที่มีใน Hanoi และบริเวณใกล้เคียง


‘ร้านเฝอ’ ที่มีให้เห้นตามฟุตปาธทั่วไปในฮานอย


ไก่ย่าง 5 ดาว ก้อมาถึงที่นี่แล้วเหมือนกัน

ซื้อของเสร็จ ก้อกลับมาที่พักเพื่อเตรียมเก็บสัมภาระกลับบ้านกันละ

ถ่ายรูปกะพนักงานของโรงแรมซะหน่อย สองคนนี้น่ารักมาก บริการเราดีตลอดเลย สาวน้อยคนนี้น่ารักมาก

ออกจากโรงแรมแล้วก้อหยิบกล้องมาถ่ายรูปถนนหนทางเ็ก็บบรรยากาศเป็นครั้งสุดท้าย

รถเมล์ในเมืองฮานอย


รถเมล์อีกที


เส้นทางสู่สนามบิน


โฉมทราม กะ รถ Taxi


ก้อยังคงเดินทาง ก้อยังคงเดินไปหาใครซักคน เอิ้กๆๆ


เกือบถึงละม้าง…


นี่อารายไม่รุ แต่ว่าสวยดี


รถ Taxi ของเค้าเป็นฉะนี้ละน้อ…


Plaza อะไรซักอย่าง ใกล้ๆ สนามบิน


VinaPhone, Vinamilk, etc. ทำไมอะไรๆที่นี่ต้องขึ้นต้นด้วย Vina…


ถึงแล้วจ้า สนามบินนอยไบ


ลากๆๆ ลากเข้าไปให้มันหลุดโลก…


ออกเดินทางจากสนามบินนอยไบ วันที่ 14 May 2007
เที่ยวบินที่ FD3703 from
HAN to BKK
Departure 14:20
สายการบิน Air Asia (0 บาท) อีกแว้ว…


ได้มาแล้วตั๋วภาษีสนามบิน คนละ $14

กว่าจะได้ขึ้นเครื่องได้ เหล่าป้าๆ อาม่าผู้สูงวัย ต้องไปต่ออีก 1 แถว แล้วก้อถูกปล่อยขึ้นไปก่อน กว่าเราจะขึ้นไปถึง พื้นที่ด้านหน้าก้อถูกจับจองเต้มไปหมดแว้ว…

ถ่ายทำไมไม่รุเนี่ยเรา


อันนี้ตั้งใจถ่ายคุงแอร์คนสวย


คู่กันๆๆๆ


อีกมุม


และอีกมุม

วิวต่างๆ เหนือก้อนเมฆสีขาวๆ





ส่วนอันนี้ ‘รองต๊ะแล่บแป๊บ’ คู่กายของเราเอง


เส้นผมบังภูเขา…?


คร่อกกก…ฟี้ฟี้ฟี้…

กลับมาชมวิวกันต่อ

ดูวิวใต้เมฆกันบ้าง


ลงสู่พื้นดินบางกอกแว้วจ้า

รถคันนี้แหละ ที่พาเรากลับเข้าสู่ภายในสนามบิน


และนกยักษ์ตัวนี้แหละที่พาเรากลับบ้าน


ถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วจ้า Trip นี้จบแบบมีความสุข Happy Ending กลับมาโดยที่ไม่โดยโกงเลยซักนิด เพราะคุงแฟนเรา ที่เตรียมข้อมูลไปอย่างดีแท้ๆ เลย น่าร้ากก… ^^

(จบแล้วจ้า…ดูแล้วเม้นกันด้วยน้าาา…)

Recent Entries

2 Responses to “Hanoi – Perfume Pagoda – Sapa – City Tour (9-14 May 2007)”

  1. tum Says:

    น่ารักจังคับ ไปฮันนีมูนเหรอคับ กำลังจะไปเหมือนกัน โปรแกรมเหมือนกับที่วางไว้เลยอ่ะ (กลัวขึ้นคานครับ เลยขอเม้มต์นิดนึง)

  2. พ่อปัน ปัน Says:

    ผมเคยไปทำงานที่นั่นประมาณ 4 เดือนเต็ม (เจ้านายส่งไป)แต่ผมไปอยู่ที่เมือง Can Tho ครับอยู่ทางตอนใต้ของเวียดนามตอนที่ยังไม่มีน้องปัน ปันครับ นี่ก็กะว่าเก็บเงินจะพาลูก+แม่ปัน ปัน ไปเที่ยวเหมือนกันครับ แต่ยังไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรครับ

Leave a Reply