” บันทึกของแม่เพื่อต้นหนาว :: นมแม่เพียงพอ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ !!”

ตั้งแต่รู้ว่ามีต้นหนาวอยู๋ในท้อง แม่ก้อตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลทุกอย่างที่มีอยูในโลกนี้ ไม่ต้องห่วงหรอกลูก แม่เป็นเจ้าแม่ google อยู่แล้ว ไม่มีอะไรในซอกหลีบของ internet ที่แม่หาไม่เจอ

พอรู้ผลเทสปั๊บ วันรุ่งขึ้นพ่อก้อพาแม่ไปฝากท้องที่ รพ. ซึ่งแน่นอนเป็น รพ.นึง ที่ไม่ไกลจากคอนโดนัก เพราะเคยดูในทีวีว่าเวลาเค้าจะคลอดนี่เจ็บปวดมากมายนัก อย่ากระนั้นเลย เอา รพ. ใกล้ๆนี่แหละ เพราะแม่กลัวการคลอดลูกเหลือเกิน กลัวจะไปไม่ทัน (ซึ่งมารู้ทีหลังจากการหาข้อมูลว่ามันไม่จริงเลย)

แม่ฝากท้องที่ รพ.นั้น กับหมอผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งแม่ประทับใจในความเอาใจใส่ของหมอมาก แต่วันนึงแม่ก้อต้องย้าย รพ. อยู่ดี

รพ.นั้น มีอบรมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการดูแลลูก 2 คอร์ส ซึ่งแม่ก้อเข้าร่วมทั้ง 2 คอร์ส เพราะอาจจะมีอะไรเพิ่มเติมจากข้อมูลที่แม่ได้ค้นคว้ามา ซึ่งในความจริงแล้ว มันก้อเหมือนกับข้อมูลใน internet นั่นแหละลูก แต่มันก้อดีที่ช่วยแม่ตอกย้ำความมั่นใจ ในข้อมูลของตัวเอง แถมท้ายด้วยการแจกนมผง ภายหลังการอบรม (ทั้งๆ ที่ รพ. นั้นเป็นหนึงใน รพ. ที่สนับสนุนนมแม่) แม่ไม่โทษ รพ. หรอกลูก รพ. เค้าอาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับ บริษัทนมผงนั้น เลยทำให้ต้องละทิ้งภาระหน้าที่ ที่ตัวเองจะต้องเป็นผู้ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่(อาหารที่ดีที่สุด เหมาะสมกับทารกที่สุดในโลก) ในความคิดของแม่แล้ว เมื่อ รพ. ไม่ทำ หมอไม่ทำ บุคคลากรทางการแพทย์ไม่ทำ แล้วใครจะทำ หรือจะต้องให้แม่ๆ ออกมารณรงค์กันเอง?
สามเดือนแรกผ่านไป พร้อมกับการที่แม่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากแพ้ท้อง พอเข้าเดือนที่สี่ อาการเริ่มดีขึ้น วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากอ่านๆๆ และอ่าน หนังสือให้ข้อมูลให้พอสมควร แต่การหาข้อมูลด้วยตัวเองนั่นแหละถึงจะได้ข้อมูลมากที่สุด

หลังจากกลับมาจากอบรมที่ รพ. ทำให้ไขว้เขวนิดหน่อย เพราะทาง รพ. ไม่พูดเลยว่าหลัง 6 เดือนแรก(ที่ลูกต้องกินนมแม่ล้วน) จะต้องให้นมแม่ต่อไปถึงกี่ปี แม่เริ่มเข้าใจไปเองว่า อ๋อ…สงสัยต้องต่อด้วยนมผงแน่เลย เพราะ รพ. แจกมาให้ด้วย

แต่แม่ก้อไม่ได้อยู่เฉยๆ ตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลไปเรื่อย จนไปเจอเวปที่สนับสนุนนมแม่ 2 เวปหลักๆ คือ breastfeedingthai.com กับ thaibreastfeeding.org ทำให้แม่ตาสว่าง และนึกโกรธ รพ. ขึ้นมา ว่าถ้าแม่ไม่พยายามด้วยตัวเอง จะรู้มั้ยเนี่ยว่าลูกสามารถกินนมแม่ได้นานเท่าที่ลูกต้องการ ไม่ใช่แค่ 6 เดือน อย่างที่คนสวนใหญ่เข้าใจกัน หรือไม่ใช่แค่อย่างน้อย 2 ปี

จากข้อมูลต่างๆ ทำให้รู้แล้วว่า รพ. นั้นไม่ได้สนับสนุนนมแม่จริงๆ ซึ่งมันจะมีผลตอนหลังคลอดด้วย ว่าแม่จะประสบความสำเร็จกับการให้นมแม่หรือไม่ ถ้ามีการให้นมผสมกับลูกตั้งแต่ที่ รพ. ก้อเป็นอันว่าการเริ่มต้นให้นมแม่ล้มเหลวไปแล้วเกือบ 100% สำหรับแม่มือใหม่ เพราะถ้าลูกได้ดูดนมจากขวดไปแบบสบายๆ ไปแล้ว การที่จะให้ลูกมาเริ่มใหม่ด้วยการดูดนมแม่นั้นความเป็นไปได้แทบจะเท่ากับศูนย์
รพ. ที่สนับสนุนนมแม่ไม่ควรแจกนมผง เพราะเมื่อแม่มือใหม่ทนเสียงร้องของลูกใม่ไหว สิ่งแรกที่คิดถึง คือ นมไม่พอ หรือนมแม่ยังไม่มา ให้นมผสมไปก่อนดีกว่า ทาง รพ. แจกมาแปลว่ากินได้สิ ไม่งั้นเค้าจะให้มาทำไม? เมื่อแม่มือใหม่เริ่มให้นมผสมกับลูก จะเป็นจุดเริ่มต้นของลูกไม่ยอมดูดนมแม่ หรือนมแม่ไม่พอ(ซึ่งจริงๆแล้วแม่มือใหม่คิดไปเองทั้งนั้น) สิ่งที่ควรทำเมื่อลูกร้องคือดูความต้องการของลูก ถ้าลูกหิวก้อเอาเข้าเต้า ไม่ควรให้มีนมผสมมาแทรกเด็ดขาด ถึงนมแม่ยังมาน้อย ก้อเพียงพอกับความต้องการของลูก เพราะเมื่อแรกเกิดกระเพาะของลูกเล็กมาก และมีอาหารสะสม ซึ่งสามารถอยู๋ได้โดยไม่ต้องกินอะไรเป็นเวลาถึง 7 วัน สิ่งที่แม่ต้องทำคืออดทน และให้ลูกดูดนมบ่อยๆ อย่างถูกวิธี
รพ. ที่สนับสนุนนมแม่ควรให้้เด็กดูดนมแม่ครั้งแรก ภายใน 1 ชม. และให้แม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกเพื่อดูดกระตุ้นน้ำนมตามเวลา เพราะมีผลว่าน้ำนมแม่จะมาเร็วหรือช้า

เมื่อแม่หาข้อมูลมามากจนล้นแล้ว เลยลองเอาไปถามหมอสูติที่ฝากครรภ์ เพื่อปรึกษาว่าอยากจะให้นมแม่ ทางรพ. มีนโยบายยังัยบ้าง คำแรกที่ได้ยินจากปากหมอคือ “โอ๊ย อย่ามาโม้เลย จะมีนมให้ลูกกินหรือป่าว?” ถ้าฟังหมอพูดแค่นี้แล้วจบ ไม่คิดต่อ ฟังหมอพูด เชื่อตามหมอ อะไรจะเกิดขึ้น บริษัทผลิตนมผง คงได้ลูกค้าเพิ่มอีก 1 ราย แถมเป็นลูกค้า VIP ซะด้วย เพราะลูกแม่กินจุอย่าบอกใคร
ในที่สุด แม่ก้อชวนพ่อเปลี่ยน รพ.ฝากท้อง เพราะไม่มั่นใจใน รพ. ว่าจะสนับสนุนนมแม่ได้แค่ไหนกัน ดูจากที่หมอสูติพูดแล้วแสดงว่า… ทาง รพ. คงไม่ได้ให้ความสนใจกับความสำคัญของนมแม่เท่าไหร่ มิน่าหล่ะ ถึงมีข้อมูลออกมาว่า “อัตราการกินนมแม่ถึง 6 เดือนของเด็กไทยมีเพียง 5.3% เท่านั้น และอัตราการกินนมแม่ถึง 1 ปี ยิ่งน้อยลงไปกว่านั้นอีก ทั้งๆที่ สมัยก่อนที่จะมีการนำเข้านมผง เด็กไทยก็ได้นมแม่กันจน 2-3 ปีเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่พ่อยังไม่อยากให้แม่เปลี่ยน รพ. เพราะกลัวว่าจะพาไปคลอดไม่ทัน

แม่ยังคงหาข้อมูลต่อไป…

ทำให้แม่รู้ การคลอดลูกไม่ใช่เรื่องปุ๊บปั๊บ ต้องมีระยะเวลาการเจ็บเตือน และเจ็บจริง ไม่ต้องกลัวการคลอดไม่ทันหากมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

พ่อยังไม่อยากให้เปลี่ยน รพ. อยู่ดี จึงชวนกันไปขอดูห้องเนอร์สเซอรี่ของ รพ. เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พยาบาลห้องเนอร์สบอกว่า แม่สามารถเดินไปให้นมลูกที่ห้องเนอร์สเซอรี่ได้ตลอดเวลา แต่จะไม่พามาที่ห้องพักฟื้นเด็ดขาด แต่เท่าที่ฟังๆ ดู บอกตามตรงว่าไม่ค่อยมั่นใจว่ารพ. จะสนับสนุนนมแม่ แล้วหลังจากคลอดนี่ ก้อยังไม่รู้ว่าจะสามารถเดินไปหาลูกได้เมื่อไหร่ เพราะแม่เป้นคนที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรงเหมือนชาวบ้านเขา หลังจากไปคุยกับกับหมอสูติ และห้องเนอร์สเซอรี่ แม่เครียดไปหลายวัน เพราะไม่มั่นใจ รพ. นี้อีกแล้ว แต่พ่อยังไม่อยากให้เปลี่ยน รพ. อยู่ดี แต่ใจแม่ย้ายไปอยูjรพ.ใหม่เรียบร้อยแล้ว(ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะย้ายไปคลอดลูกไปรพ.ไหนดี)

แม่หาข้อมูลอีกแล้ว…

แม่เคยอ่านเจอในพันทิป ว่ามี รพ. นึงสนับสนุนนมแม่ หลายๆคนก้อพูดถึง ตอนนั้นแม่ยังไม่เคยได้ยินชื่อ รพ. นี้ด้วยซ้ำ จะว่าแม่เชยก้อได้ เพราะชีวิตนี้ไม่เคยเป็นอะไรหนักถึงขั้นเข้า รพ. เลยไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย

และแล้วแม่ก้อได้ข้อมูล รพ.ใหม่มาแล้ว รพ. นี้ชื่อว่า BNH (Bangkok Nursing Home) ดีใจสุดชีวิต ความฝันที่ลูกแม่จะไม่ต้องเป็นลูกวัวใกล้ความเป็นจริงขึ้นทุกทีแล้ว ได้ รพ.แล้ว แต่แม่ยังคงค้นหาต่อไป จะฝากท้องกับหมออะไรดีหล่ะ มีหมอเยื้อน กับหมอบุญชัย ที่เค้าชอบไปหากัน แม่เปิดดู profile ของหมอในเวปของ รพ. รู้สึกว่าหมอเยื้อนหน้าตาใจดี เลือกหมอเยื้อนดีกว่า เพื่อนแม่ก้อฝากกับหมอคนนี้ แล้วหมอเด็กหล่ะ คลอดแล้วจะเลือกหมอคนไหนดี คราวนี้ไม่ต้องคิดให้วุ่นวาย หมอสุธีราดีกว่า ดังเรื่องนมแม่ เลือกได้ตั้งแต่ยังไม่ไปฝากท้องที่ รพ. ใหม่เลย

แม่ได้ย้าย รพ. ไปฝากที่ BNH เมื่อท้องได้ 7 เดือน โชคดีที่หมอยังรับ เพราะบางที่ถ้าอายุครรภ์มากๆ หมอจะไม่รับแล้ว เป็นอันว่าความเครียดของแม่จบสิ้นซะที รอตอนคลอดเลยละกัน ตอนนี้ขอลัลล้าให้พอก่อน

เมื่อถึงวันคลอด แม่ไปคลอดด้วยความสบายใจ เพราะไม่ต้องดิ้นรนเรื่องนมแม่อีกต่อไปแล้ว เหลือแต่กลัวการคลอดเฉยๆ แต่บรรยากาศการคลอดที่ BNH นี่ต้องยกนิ้วให้เลย เค้าสามารถทำให้คนกลัวเข็ม กลัวเลือดสุดๆ คลอดลูกอย่างสบายใจได้

เวลาที่แม่รอคอยมาถึงซะที คลอดลูกแล้ว คิดว่าเอาไว้เต็มที่ว่าเค้าต้องเอาลูกมาให้ดูดกระตุ้น (ตามหลักดูดเร็ว, ดูดบ่อย, ดูดถูกวิธี) ปรากฏว่าหมอสุธีราไม่ได้มารับเด็กเอง เป็นหมออีกคนมารับอันนี้ไม่เป็นไร หมอเค้าก้อมีครอบครัวอาจจะต้องรีบกลับบ้าน ก้อลูกแม่คลอด 20.09 น. นี่นา แต่ทำไมๆๆ หมอคนนี้ไม่ยอมเอาลูกมาให้ดูดกระตุ้น แม่เริ่มเครียดอีกแล้ว ทำไมลูกไม่ได้ดูดกระตุ้นตั้งแต่แรกคลอด เป็นอันว่า “ดูดเร็ว” นี่ล้มเหลวแล้วสิ คืนนั้นแม่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้พยาบาลพาลูกมา กว่าจะได้เจอหน้ากันก้อตีหนึ่งเข้าไปแล้ว ไม่เป็นไรนะลูก ยังเหลือ “ดูดบ่อย กับดูดถูกวิธี” ยังไงลูกแม่ไม่เป็นลูกวัวแน่นอน

วันรุ่งขึ้นตอนบ่ายๆ น้ำนมเริ่มมาซึมๆ ดีใจบอกไม่ถูก แต่ไม่รู้จะมาเต็มที่เมื่อไหร่ ลูกยังคงมาดูดกระตุ้นตามเวลา

เช้าวันเสาร์ (ลูกคลอดคืนวันจันทร์) มีนัดกับหมอสุธีรา คุยกับหมอหลายเรื่อง หมอบีบนมแม่ดูด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ขึ้นไปอีก ปรากฏว่านมพุ่งปรี๊ดเป็นสายๆ ไกลเป็นเมตรเลย คืนนั้นนมแม่มาเต็มที่ (ประมาณ 5 วันหลังคลอด) คืนนั้นน้ำนมไหลเปียกเสื้อ เพราะยังไม่ได้ใส่แผ่นซับน้ำนม พอรู้สึกตัวก้อดีใจมาก ความพยายามสำเร็จแล้ว ต่อไปนี้ลูกแม่จะได้กินอิ่ม นอนหลับสบายท้องแล้ว

ทั้งหมดนี้จะบอกว่าไม่ใช่เพราะความบังเอิญที่มีน้ำนมพอ แต่เพราะข้อมูลที่มี และรพ.สนับสนุนนมแม่มีส่วนอย่า่งมาก เพราะถ้าลูกโดนให้ดูดนมผสมจากขวดตั้งแต่ต้น ความพยายามในการให้นมแม่คงล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จยากขึ้นไปอีกหากแม่ไม่อดทน

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

” นมแม่มีประโยชน์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะนานแค่ไหน องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟแนะนำว่า ในกรณีที่คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคขาดสารอาหาร ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่ให้อาหารชนิดอื่น แม้แต่น้ำ(Exclusive Breastfeeding) หลังจากนั้นให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมไปจนลูกอายุอย่างน้อย 2 ปี “

สุดท้าย… อยากบอกว่าที่แม่ทุกคนว่า ลองสอบถามทาง รพ.ที่ฝากครรภ์ว่าสนับสนุนนมแม่รือไม่ และสนับสนุนอย่างไร ห้องเนอร์สฯ มีการให้นมผสมแก่ลูกหรือไม่

รพ. สนับสนุนนมแม่แต่ปากหรือเปล่า เราต้องลองหาข้อมูลดูให้ดี เพื่อลูกของเราเอง

มาช่วยเพิ่มสถิติการให้นมแม่ให้ประเทศไทยกันดีกว่า ต่อไปนี้หวังว่าจะไม่เจอคนพูดอีกว่านมแม่ไม่พอ, กินนมแม่+นมผสม, แม่ไม่มีน้ำนมต้องกินนมผสม เพราะได้ยินเมื่อไหร่ จะสงสารลูกของคนที่พูดทุกครั้ง

Recent Entries

11 Responses to “” บันทึกของแม่เพื่อต้นหนาว :: นมแม่เพียงพอ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ !!””

  1. khanom Says:

    อิอิ แม่จ๋าคลอดที่จุฬา ไม่ได้ฝากพิเศษ ด้วยความคิดที่ว่า น้องจ๋าเกิดมา ก็จะได้ทำบุญไปด้วย ทำบุญด้วยการเป็นครูให้ นศ.แพทย์ แต่พอคลอดแล้วจนถึงวันนี้แม่จ๋ายังเจ็บใจ หรือเพราะว่าเราเป็นครูใจแคบหรือไงไม่รู้ แต่รู้สึกไม่ชอบ นศ.แพทย์อิเก้งเลย ด้วยเหตุผล มาพูดจากระแหนะกระแหน ปนขู่ ใจแม่จ๋าจะลูกขึ้นจากเตียงเปลี่ยน รพ.แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะลูกก็คงไม่อดทนอยู่ต่อหรอก พอคลอดเสร็จน้องจ๋าโดนจับไปอาบน้ำเสร็จก็มีพยาบาลอุ้มมาแหมะ เกาะเป็นจิ้งจกบนอกเลย ยังจำภาพแรกที่เจอกันได้ดี ลูกช้านทำไมมันน่ารักน่าชังอย่างนี้ 55+ มันหน้าเหมือนช้าน 55+ (จริงๆไม่เหมือน- -*) ทำไมมันขี้เซาจัง ร้องแปบเดียวจะนอนต่อละ -*-

    ปล.ท้องแรกกว่าจะคลอดนาน เพราะกว่าปากมดลูกจะเปิดก็นาน แม่จ๋าไปรพ.ตั้งแต่8โมง คลอดจริง 4ทุ่ม *-*

  2. Jan Says:

    แม่จ๋ามาเร็วมั่กๆ เลยอ่าาาา…

    น้องต้นหนาวคลอด 20.09 น. แม่ปวดท้องตั้งแต่ตีสาม ไปถีง รพ.บ่ายสอง ใจเย็นสุดๆ

  3. khanom Says:

    ไม่ได้ไป รพ.เร็วหรอก เพราะตอนไป ปากมดลูดเิปิดแล้ว 3เซ็น จริงๆมันเริ่มเจ็บท้องตะหงิดตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่ว่าแม่จ๋าจะดูบอลโลกคู่ชิง 55+ เลยไม่ไป รพ. ตอนเช้าตอน7โมงเข้าห้องน้ำไปฉี่ ปรากฏว่ามีเลือดหยดติ๋งๆออกมาแล้ว เลยไป รพ.อะจ๊า ไปนอนเล่นนานไปหน่อย ท้องแรกมันเลยนานกว่าปากมดลูกจะเปิดจนพร้อมที่จะคลอด จำได้ ตอน2ทุ่มยังเปิดแค่8เซ็นเอง – -* ช่วง1ทุ่มยัน4ทุ่มเป็นช่วงทรมานสุดๆ = =! เจ็บแบบไม่ต้องใช้สลิงไม่ต้องใช้สแตนอินเลย- -*

  4. khanom Says:

    ต่อๆๆ เม้าต่อ

    แต่ก่อนเคยกลัวการกรีด+การเย็บ แต่พอเอาเข้าจริง จะกรีดจะเย็บไม่รู้สึกเจ็บเลย – -* ปวดท้องมากกว่าจนไม่รู้็สึกอะไรแล้ว55+

  5. Jan Says:

    สุดยอดมากเลย ทำไม่ไม่บล๊อคหลังหล่ะคะ อิชั้นขอบล๊อคตั้งแต่มันเปิดได้ 5 เซนต์แล้วค่ะ ทนไม่ไหว ทรมานสุดๆ

    ไปถึง รพ. บ่าย 2 มันเปิดไป 3 เซนต์ พยาบาลบอกฉีดยาชามั้ยคะ ด้วยความกลัวเข็มสุดๆ ทนค่ะ ไม่ฉีดค่ะ

    พอ 5 โมงเย็น เปิด 5 เซนต์ อิช้านขอบล๊อคหลังเลยค่ะ ร้องหาวิสัญญีแพทย์เลย นอนดิ้นไปดิ้นมายังกะปลาโดนน้ำร้อน

  6. mayzdream Says:

    มาแอบฟังคุณแม่เม้าว์กัน อิอิ
    บ่นความยาวมากแต่อ่านไม่เบื่อเลยแก เขียนอีกๆ รออ่าน

  7. แม่หว้า Says:

    อยากคลอดเองแต่หมอบอกว่าสภาพแม่ไม่พร้อมค่ะ เลยเจอผ่า เสียดายจัง

  8. นคร Says:

    แฟนท้องได้ 2เดือนแล้วครับรบกวนข้อมูลที่ฝากท้อง และการเตรียมตัวครับ กังวลมากครับการจะเป็นพ่อคน
    ขอบคุณครับ

  9. Jan Says:

    คุณนคร – ตอบทางอีเมล์แล้วนะคะ ^^

  10. Dear Says:

    อ่านบทความที่คุณแม่น้องต้นหนาวเขียนแล้วรู้สึกชื่นชมมากเลยค่ะ และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยคนค่ะ ตอนนี้เดียร์ท้องได้เดือนกว่าๆ แล้วค่ะ เป็นท้องแรก กังวลมากเหมือนกันค่ะ พยายามหาข้อมูลจากหลายๆ ทาง และคิดว่าจะไปฝากท้องกับคุณหมอเยื้อนที่ รพ บำรุงราษฎ์คะ รบกวนคุณแม่น้องต้นหนาวช่วยแนะนำการปฎิบัติตัวในช่วงท้องอ่อนๆ หน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

  11. Jan Says:

    ยินดีค่ะ ไว้มีเวลาจะเมล์ไปคุยนะคะ ^^

    ยังไงรีบไปฝากท้องนะคะ เพราะคุณหมอจะแนะนำสิ่งที่ต้องทำคร่าวๆ ให้ค่ะ
    แล้วก็จ่ายบำรุงครรภ์มาด้วยค่ะ

    คุณหมอบอกว่าควรฝากครรภ์ ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์นะคะ

Leave a Reply