ถ้าไม่มีนมผสม เราจะไม่มีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย

ถ้าไม่มีนมผสม เราจะไม่มีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย

สืบเนื่องจากว่า … แวะไปอ่านเรื่องเกี่ยวกับนมแม่ ที่เวป breastfeedingthai.com บ่อยๆ วันนี้ได้อ่านบทความใหม่ เรื่อง ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม-1 ใครอยากรู้ดุเด็ดเผ็ดมันส์ขนาดไหนตามไปอ่านกันเอาเอง
สรุปให้ฟังคร่าวๆ เอาประโยคเด็ดๆ เลยละกันนะ เจ้าของเวปเค้าเรียกตัวเองว่า webmother เค้าเขียนว่าแบบนี้

จะบอกว่า จริงๆ แล้วโลกเราไม่จำเป็นต้องมีนมผสมก็ได้ ถ้าไม่มีนมผสม เราจะไม่มีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย การที่ลูกร้องตลอดเวลาตั้งแต่แรกคลอดก็จะไม่ใช่ปัญหา การที่ลูกต้องการดูดนมแม่ตลอดเวลาก็จะไม่ใช่ปัญหา การที่ลูกดูดนมแม่นานๆ ก็จะไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติต่างหาก

ต่อด้วยนี่เลยอย่างยาว แต่โดนใจทุกถ้อยคำ

“แต่ตั้งแต่เริ่มมีผู้คิดค้นผลิตนมผสมขึ้นมาเมื่อปี 1867 ความ โลภของมนุษย์ ทำให้เกิดการตลาดที่ไร้จรรยาบรรณ จนทำให้ทุกวันนี้เหลือแม่ที่เชื่อว่าตนเองมีนมพอสำหรับลูกเพียงไม่กี่ เปอร์เซ็นต์ มนุษย์เรากำลังจะวิวัฒนาการตัวเองให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของสัตว์ ชนิดอื่นหรือ

ไม่ใช่เลย เพราะความโลภและการตลาดที่ไร้จรรยาบรรณต่างหากที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า นมแม่ไม่พอ

>เพิ่งซื้อหนังสือมาใหม่เล่มหนึ่งชื่อว่า “The Politics of Breastfeeding: When Breasts are Bad for Business” เขียนโดย Gabrielle Palmer มี ประเด็นหนึ่งกล่าวไว้น่าสนใจมากว่า ในบางสังคมแบบโบราณ มีความเชื่อว่า ถ้าถูกคำสาปหรือแช่ง จะทำให้น้ำนมแม่แห้งหายไปได้ แล้วผู้เขียนก็เปรียบเทียบว่า ในสังคมปัจจุบันนี้ก็มีคำสาปแช่งสมัยใหม่เช่นกัน

คำ สาปแช่งนั้นมีว่า “If breastmilk fails,…” ใช่แล้ว ประโยคที่เราคุ้นเคยกันดี “ถ้านมแม่ไม่พอ…(ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงนมแม่ที่สุด คือผลิตภัณฑ์… ของผู้สาปแช่งนั่นเอง)”

คำสาปแช่งนี้ ผู้ผลิตนมผสมทุกรายใช้ได้ผลมาแล้วกับคนทั่วโลก และ ยังคงเดินหน้าใช้มันต่อไป พร้อมๆ กับคำกล่าวอ้างว่าพวกเขากำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความ ฉลาดของลูกน้อยของเรา ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วผู้ผลิตนมผสมเหล่านั้นกลับปกปิดข้อมูลมากมายที่ควรจะ เปิดเผย เพื่อให้พ่อแม่ตระหนักและระมัดระวังมากกว่านี้หากเลือกที่จะเลี้ยงลูกด้วยนม ผสม

ขอยกตัวอย่างข้อมูลที่น้อยคนนักที่จะรู้อย่าง เช่น

นมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่ขายกันอยู่ทั่วโลกนี้ (ทุกยี่ห้อ) ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดเชื้อ แม้ ว่าจะบรรจุอยู่ในกระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทมาจากโรงงานก็ตาม นมผงเหล่านั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการสเตอริไรส์เซชั่น หรือการฆ่าเชื้อโรคในระหว่างการผลิตเลย นั่นก็เพราะว่ากระบวนการสเตอริไรส์เซชั่นจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงเพื่อการ ฆ่าเชื้อโรค แต่ถ้าใช้ความร้อนสูงในกระบวนการผลิต ก็จะไปทำลายคุณสมบัติของสารอาหารในผลิตภัณฑ์นั้นเอง

นั่น เป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้ยินข่าวว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียชนิด ต่างๆ ในนมผงที่วางขายกันอยู่บ่อยๆ ทำให้ทารกที่กินนมผสมเหล่านั้นได้รับเชื้อโรค ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้

ทุก ครั้งที่เราเปิดนมกระป๋องเพื่อเลี้ยงลูก เท่ากับเรากำลังเสี่ยงว่า กระป๋องนี้จะถูกแจ็คพ็อตหรือไม่ ซึ่งเป็นแจ็ตพ็อตที่เราไม่อยากได้เลย

ตั้งแต่ ปี 2000 จนถึงปัจจุบัน (4/2009) มีรายงานการปนเปื้อนของเชื้อโรค และการเรียกเก็บนมผสมยี่ห้อต่างๆ ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับทารกออกจากท้องตลาดเป็นจำนวนถึง 78 ครั้ง ในหลายสิบประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และประเทศไทยเอง (http://www.ibfan.org/site2005/Pages/article.php?art_id=85&iui=1)

เนื่อง จากนมผงดัดแปลงสำหรับทารกไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดเชื้อ องค์การอนามัยโลกจึงต้องออกคู่มือเพื่อแนะนำวิธีการเตรียมผสมให้ปลอดภัย สำหรับทารกขึ้นมาโดยเฉพาะ คู่มือนี้มี 32 หน้า ใครอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ดาวน์โหลดไปอ่านกันค่ะ (http://www.who.int/foodsafety/publications/micro/pif_guidelines.pdf)

คำ แนะนำหนึ่งในนั้นก็คือ น้ำที่จะใช้เตรียมนมผสมต้องต้มให้เดือดแล้วปล่อยให้อุณหภูมิลดลง แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส แล้วค่อยผสมนมผงลงไป เพราะถ้าน้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่านี้จะไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในนม ผงนั้นได้ หลังจากนั้นจึงค่อยทิ้งไว้ให้เย็นลงต่อ จนกระทั่งสามารถป้อนทารกได้โดยไม่ลวกปาก คำแนะนำนี้มีอยู่ข้างนมกระป๋องยี่ห้อไหนบ้างไหมคะ ช่วยดูกันให้หน่อยค่ะ

ข้อมูลอีกอย่างก็คือ ขวดนมพลาสติกใสๆ ที่ขายกันอยู่ทั่วไปในท้องตลาดบ้านเรานั้นมีสาร Bisphenol A (BPA) เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนและสมองของทารก การ ใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบเข้มข้นและความร้อนสูงในการทำความสะอาด หรือใช้บรรจุของเหลวร้อนๆ จะทำให้ขบวนการขับสารพิษออกมาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้น

ถ้าเราไม่ใช้น้ำร้อนชงนม ไม่นึ่งขวดนม ลูกเราก็กำลังเสี่ยงกับเชื้อโรคอันตราย ถ้าเราใช้น้ำร้อนชงนม ลูกเราก็กำลังเสี่ยงกับสารก่อมะเร็ง นี่คือสิ่งที่เราได้รับเมื่อเราตัดสินใจเลือกหรือถูกบังคับ (หรือถูกสาปแช่ง) ให้เลือกที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมผสม ไม่นับความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดผลเสียทางสุขภาพอื่นๆ อีกในระยะยาว”

ไปอ่านบทความฉบับเต็มทั้งหมดได้ ที่นี่

และขอปิดท้าย ด้วยการเสริมความเห็น ตัวเองซักหน่อย

ขอบอกว่าเป็นคนนึงค่ะ ที่ทำความเข้าใจเรื่องนมแม่ และเตรียมตัวเป็นอย่างดีเรื่องนมแม่

ฝากครรภ์ก้อย้ายไปฝากกับ รพ.สนับสนุนนมแม่ และมีการเตรียมพร้อมอีกหลายอย่างมากๆ รวมทั้งอ่านข้อมูลเรียกว่า แทบจะทุกบทความเกี่ยวกับนมแม่ เคยผ่านสายตาดิชั้นมาแล้ว

อยากบอกว่า ประสบความสำเร็จกับนมแม่ได้ เพราะข้อมูลที่ถูกต้องจากเวปนี้ และ ฯลฯ

ถึงแม้ในระยะเริ่มแรกจะมีปัญหาเรื่องการทำความเข้าใจกับคนรอบข้างบ้างเล็กน้อย แต่ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น และมั่นใจในนมแม่ ดิชั้นไม่เคยหวั่น กับคำพูดใดๆ ตั้งใจให้นมแม่ต่อไปจนถึงที่สุด และไม่เคยให้นมผสมแก่ลูกเลย

ถึงตอนนี้ตั้งใจว่าจะให้นมแม่กับลูกให้นานที่สุด พยายามปั๊มนมสม่ำเสมอแม้เลี้ยงลูกเต็มเวลา และลูกไม่ดูดขวดก้อตาม แต่ก้อปั๊มเพื่อรักษาปริมาณน้ำนมให้ไม่ลดลงมากตามกาลเวลา แถมน้ำนมที่ปั๊มออกมายังแบ่งไปให้หลานสาววัยใกล้เคียงกับลูกชายได้อีกตะหาก

มีหลายคนรอบข้างมากมาย พยายามพูดให้ลูกกินข้าวตั้งแต่ยังไม่ 6 เดือน และให้เสริมนมชง ทำให้ดิชั้นแอบหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก ว่าเฮ้ย… ใครเป็นคนบัญญัติว่าในโลกนี้เด็กต้องกินนมวัว ใครเป็นคนบัญญัติว่านมแม่ประโยชน์ไม่พอ และน้อยกว่านมวัวจนต้องเสริมนมวัว ได้แต่บอกไปว่าไม่ค่ะ อ้างหมอไปว่า หมอขอว่า ให้นมแม่อย่างน้อย 2 ปี

มีรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าคนนึง ด้วยความหวังดีกับน้องตัวเอง มาเล่าให้ดิชั้นฟังว่าดูสิน้องสาวตัวเองลูกจะขวบแล้ว ยังให้กินนมตัวเองอยู่อีก หลัง 6 เดือนไม่มีประโยชน์แล้ว บอกยังงัยก้อไม่เชื่อ” ดิชั้นได้แต่ก๊อปบทความหลายบทความจากเวปนี้ ส่งไปให้อ่านทางอีเมล์ จนล่าสุดไม่แน่ใจว่าพี่เค้าอ่านหรือยัง พี่ท่านนั้นมาบอกดิชั้นว่าพี่เห็นหลานแล้วสงสาร แม่เค้าไม่เสริมอะไรเลย ให้กินแต่นมตัวเอง กับข้าว พี่บอกให้ซื้อนมชงเสริม ก้อไม่เชื่อฟัง อย่างนี้แล้วได้แต่คิดว่า ทำไมนะ กลายเป็นเข้าใจว่า การให้นมแม่เป็นเรื่องของคนจน? คนไม่มีเงินหรอ? ทั้งที่ทุกครั้งที่ได้คุยกัน ดิชั้นจะบอกเสมอว่า ดีแล้วพี่ให้นมแม่นานๆสิดี ดิชั้นก้อจะให้นานๆ เหมือนกัน แต่ป่านนี้พี่ท่านนั้นคงซื้อนมวัวไปให้หลานเรียบร้อยหรือยัง ไม่ทราบได้ (ถ้้าคุณพี่ได้ผ่านมาอ่าน แวะทักที่กล่องเม้าส์แตกด้านขวาด้วยนะ)

ล่าสุด มีหลายๆ คน ถามตรงกันเลยว่า จะให้ลูกกินนมวัวเมื่อไหร่ ดิชั้นก้อบอกไปว่าคงไม่ค่ะ อ้างหมอเหมือนเดิม ว่าหมอขอสองปี ใจจริงน่ะ จะให้นานกว่านั้นยาวๆ เลย แต่ไม่พูดละค่ะ เพราะเคยพูดแล้วมีแต่คนหัวเราะ หาว่าบ้า ป่านนั้นจะมีนมให้ลูกรึป่าว? (ดิชั้นให้นมลูกมาจะ 8 เดือนแล้ว น้ำนมยังมาปรกติ พุ่งปรี๊ดๆ เหมือนเดิม เพราะการปั๊มนม)

หลังจากที่พูดตอบไปว่าจะให้นมแม่นานๆ ยังถามกันต่ออีกว่า จะเสริมนมชงมั้ย? เฮ้อเอาอีกแล้ว คำถามยอดฮิต ดิชั้นตอบไปเช่นเดิม ไม่ค่ะ หมอขอนมแม่สองปี แต่เวลาเจอหน้ากัน ก้อยังโดนถามเสมอๆ เรื่องเสริมนมชง ในความเข้าใจของตัวเองของที่จะมาเสริมมันต้องเอามาแทนในส่วนที่ขาดและไม่พอ แต่นมแม่ประโยชน์พอเกินจะพอ แล้วทำไมต้องเสริม?

หลังสองปี ดิชั้นยังอยากให้ลูกกินนมคนต่อไป แม้ใครจะบอกว่าให้นมแม่ แล้วแม่จะโทรม ดิชั้นไม่เคยกลัว แต่ให้ไม่เหลือความงามแม้แต่น้อย ดิชั้นก้อยินดีทำเพื่อลูกถึงที่สุด

ด้านบนเป็นคอมเม้นต์ของตัวเราเอง ที่แอบไปเม้นเอาไว้ที่เวปนั้น

ล่าสุดวันนี้แม่ของเราเองโทรมา พูดเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่แน่ใจ (น่าจะไม่ต่ำกว่ารอบที่ 5) บอกให้เลิกปั๊มนมส่งไปให้หลานได้แล้ว ไม่มีใครว่างมาเอา (- – !)

บางครั้งก้อบอกว่าเกรงใจ บางครั้งก้อบอก… ฯลฯ เลยไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรกันแน่ ?

หรือเพราะกลัวไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อืมนะ… โรคหวัดมันไม่ติดทางน้ำนม หมอก้อบอก
หรือเพราะ…
หรือเพราะ…

ไม่รู้จริงๆ

แต่ทุกครั้งที่ได้คุยกันเรื่องนี้ก้อพยายามอธิบายสุดๆ แล้ว ถึงข้อดีของการให้กินนมแม่ และทำไมต้องกิน นมผสมให้กินไม่ได้หรอ?
แต่ไม่ว่ากี่ครั้งก้อต้องพูดประโยคเดิมๆ ราวกับว่าไม่เคยพูดมาก่อนซะอย่างงั้น พูดจนเหนื่อย แล้วทุกครั้งก้อต้องมาทบทวนกันใหม่ตลอดเวลา ยังกับ “เดจาวู”
ได้แต่หงุดหงิดในใจ แต่คงทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ใช่ลูกเรา แต่นั้นมันหลานเรานะ ให้นิ่งเฉยเหมือนกันไม่รู้จักกันหรอ?
อุตส่าห์เอาหนังสือให้อ่านแล้วเชียว
บอกตรงนี้ว่า… เราไม่ใช่คนดีมากมายอะไร

แต่ขนาดลูกคนอื่น เรายังอยากให้ได้กินนมแม่กันทุกคนเลย นมแม่ที่สต็อกไว้ ถ้ามีเพียงพอ และคนรับไม่รังเกียจ บอกไว้ตรงนี้เลยว่า “ยินดีจะแบ่งให้ทุกคน”

เคยฟังในรายการหนึ่งเค้าบอกว่า “ลูกเราดีคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ เพราะลูกเราต้องอยู่บนโลกใบนี้ ถ้าเรามีอะไรพอจะช่วยคนอื่นได้ ให้ช่วยเพราะทุกสิ่งจะกลับมาหาลูกเราเอง เพียงแค่เราแบ่งปันหนังสือ หรือเพียงแค่แบ่งปันความรู้ที่ถูกต้อง แค่นี้ก้อถือว่าได้ช่วยเพื่อนมนุษย์แล้ว”

อันนี้ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้นะ แต่เราเห็นด้วย แล้วก้ออยากที่จะแบ่งปันความรู้ ผ่านช่องทางที่เรามีให้มากที่สุด โลกเราจะดีได้ ต้องอยู่ที่คุณภาพของประชากร แล้วคุณภาพของประชากรสร้างได้ยังงัยหล่ะ มีหลายวิธีไปคิดต่อกันเอาเองเหอะ

ยังงัยก้อคงต้องปั๊มนมต่อไป อาจจะไม่ได้มากมายอะไร เพราะความต้องการของลูกจะลดน้อยลงตามปริมาณอาหารเสริมที่มากขึ้นตามวัย แต่ก้อต้องปั๊ม เพื่อรักษาปริมาณให้มันไม่ลดลงตามกาลเวลา เพื่อให้ลูกสามารถกินนมแม่ได้นานที่สุดเท่าที่ลูกพอใจ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 2 ปีเป็นอย่างน้อย

ส่วนจะปั๊มแล้วให้คนกินหรือไม่ คงต้องสุดแล้วแต่เวรแต่กรรมที่แต่ละคนสร้างกันมา ถ้าปั๊มออกมาแล้วไม่มีใครกิน คงต้องบริจาคให้หมาแถวหมู่บ้านกินเล่นเป็นของว่างมันละกัน

ปิดท้ายด้วยประโยคทองอีกประโยคของกุมารแพทย์ประจำตัว ด.ช.ต้นหนาว

หมอบอกว่า… “หมอจะพูดเรื่องนมแม่ต่อไป ก่อนหมอตายหมอคงได้เห็นเด็กไทยกินนมแม่เพิ่มขึ้น”

อิชั้นก้อขอบอกตรงนี้เหมือนกัน “บทความในเวปนี้จะพูดเรื่องนมแม่ต่อไป จนกว่านังคนเขียนมันจะตายไปข้างนึง”

Recent Entries

14 Responses to “ถ้าไม่มีนมผสม เราจะไม่มีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย”

  1. khanom Says:

    อ๊างงง แอบเห็นนมมี้แจน

    คลอดลูกคราวนี้ก็จะปั๊มนมสะต๊อกไว้เหมือนกัน คงต้องหาตังถอยตู้เย็นตู้ใหม่ คราวน้องจ๋าไม่ได้ปั๊มไว้ พอน้องจ๋าเริ่มทานข้าวก็เริ่มทานนมน้อยลง ทำให้ปริมาณนมลด เอิ้กๆๆ

  2. womenblogs Says:

    จริงๆแล้วผมเห็นด้วยกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นะครับ อย่างลูกสาวโตมาเรื่องเจ็บป่วยนี่น้อยมากเพราะนมแม่มีภูมิคุ้มกันลูกอย่างดีเลย

  3. Says:

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ

  4. iamcheng Says:

    อ่านบล็อกของแม่น้องต้นหนาวแล้วโดนใจจังเลยคะ ขอเชิญไปร่วมเป็นสมาชิกที่เว็บนมแม่กันนะคะ ที่นี่เลยคะ http://www.thaibreastfeeding.org ไม่ทราบว่าเคยเข้าไปหรือยังคะ

  5. Jan Says:

    ตอบคุณ iamcheng

    เคยเข้าไปอ่านหลายรอบแล้วค่ะ

    แต่สมัครสมาชิกไท่ได้ค่ะ ช่วงนี้ระบบสมัครสมาชิกของทางเวปนั้นมีปัญหาค่ะ แจ้งไปแล้ว แต่ยังแก้ไม่เสร็จเเลยน่ะค่ะ

  6. iamcheng Says:

    คุณแจนสมัครในชื่ออะไรคะ เดี๋ยวเฉ็งช่วยเช็คให้คะ

  7. Jan Says:

    สมัครเป็น username sucheera ค่ะ

    พอล็อกอินไม่ได้ ก้อไปขอพาสที่ Forgot Password
    แต่ระบบมันฟ้องว่า “ขออภัย, ไม่พบสมาชิกรายนี้” น่ะค่ะ

  8. ติ๊ Says:

    ตอนนี้ก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาครบ 6 เดือนวันนี้พอดี อ่านแล้วรู้สึกดีจังที่ให้ลุกกินนมแม่มาตลอดค่ะ ถึงจะเหนื่อยที่ ทุกวันต้องสอนหนังสือ และแอบเอาคาบที่ว่างมานั่งปั้มนม คิดว่จะทำต่อไปเรื่อยๆนะค่ะ เพื่อลูกที่เรารักใช่มั้ยค่ะ

  9. iamcheng Says:

    คุณแจนช่วยแจ้งชื่อ username และ e-mail address ไปที่ thaibreastfeeding@gmail.com นะคะ ทางระบบจะได้เช็คให้ได้คะ

  10. Jan Says:

    ขอบคุณค่ะ คุณ iamcheng
    ลองสมัครไปใหม่ ได้แล้วนะคะ

  11. iamcheng Says:

    ยินดีด้วยคะ สมัครแล้วแวะเข้าไปพูดคุยทักทายกันบ้างนะคะ แม่ๆที่นั่นมีนัดเจอกันอยู่เรื่อยๆคะ

  12. saya Says:

    คุณพี่ iamcheng แอบมาแวะอยู่นี่เอง

  13. ธัญ Says:

    เป็นคนหัวนมสั้น ลูกไม่ดูดเลย พยายามปั๊มออกมาให้ลูกกิน ก็ได้แค่ครั้งละ 2-3 ออนซ์เท่านั้น เลยให้ลูกทานนมผสมมาตลอด สลับกับนมแม่ที่ปั๊มได้ ครั้งละน้อยนิดนั่นแหละ ตอนนี้น้องได้ 2 เดือนแล้ว ไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งมาได้อ่านบทความนี้ยิ่งรู้สึกผิด และโทษตัวเองตลอดเวลา จนเครียดและนอนไม่หลับ เราไม่สามารถเป็นแม่ที่ดีของลูกได้เลย ลูกเราคงจะไม่แข็งแรง ไม่ฉลาดเหมือนลูกคนอื่นเค้า

  14. พ่อต้นหนาว Says:

    สวัสดีครับ คุณธํญ คุณเป็นแม่ที่ดีแน่นอนครับ เพราะตั้งใจทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูก
    แต่บางครั้ง บางอย่างเราไม่สามารถทำได้ดังที่เราตั้งใจ

    ถึงต้องให้นมผสมด้วย ลูกคุณก้อฉลาดและเก่งได้
    อย่าเครียดเลยครับ ทำตัวเองให้มีความสุข อารมดีเยอะๆ แล้วคอยดูพัฒนาการของเค้า
    ความรักและความอบอุ่น จะทำให้เค้าเป็นเด็กที่น่ารักแน่นอน…

    “ยิ้มแย้ม แจ่มใส แล้วโชคดีจะมาหา” … แล้วคุณจะทึ่งกะเจ้าเล็กของคุณครับ อิอิ

    ไว้ Post รูปตัวเล็กของคุณให้ดูมั่งนะครับ

Leave a Reply