บ่นความ ร่ายยาวเรื่องเลี้ยงลูก

บ่นความ ร่ายยาวเรื่องเลี้ยงลูก

สืบเนื่องจากไปอ่านเจอบทความเรื่อง ใครตีลูกบ้าง…อ่านทางนี้!! แล้วเอาไปโพสให้เพื่อนๆแม่ๆ อ่านกันในเวปนึง

อยากรู้ว่าเนื้อหาบทความเป็นยังงัยลองตามไปอ่านกันได้ที่นี่ http://mothercorner.com/index.php?topic=553.0

ผลของการตอบรับเป็นเรื่องที่ทำให้เราตกใจมากๆ เชื่อกันหรือไม่ คนรุ่นเราส่วนใหญ่ยังตีลูกกันอยู่เลย หรือเพราะคนที่ไม่ตีลูกไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นกันก็ไม่รู้ เพราะกระแสการตีลูกมาแรงมาก

จริงๆ อยากจะเรียบเรียงความเห็นส่วนตัวให้อ่านง่ายๆ เสริมให้อ่านเพิ่มกันตรงนี้ ลองอ่านกันดูละกัน

แต่ก่อนที่จะบอกว่า เราก็ตีลูก ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน หรือตอนเราเด็กๆ ก็โดนตี ก็เห็นโตขึ้นมาได้ดี ได้ดีเพราะไม้เรียว เราว่าประเด็นนี้มันคนละประเด็นกัน ไปอานบทความต้นทางกันก่อน แล้วทำความเข้าใจให้มั่นใจว่าเข้าใจซะก่อน แล้วจะแสดงความคิดเห็นอะไร สุดแล้วแต่ท่าน…

ลองนึกย้อนกลับไปตอนเราเป็นเด็ก ตอนถูกตี เราคิดว่าเราผิดหรือไม่ ต้องมีบางครั้งที่เราผิดจริง แต่ครั้งที่เรามั่นใจว่าเราไม่ผิด แล้วถูกตี รู้สึกยังงัย?

บทความนึงบอกว่า การที่ผู้ใหญ่ลงมือตีเด็ก สึ่งนึงที่เด็กรู้สึกก็คือ การถูกรังแก โดยคนที่โตกว่า เด็กเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ รังแกคนอื่นต่อไป เพราะเหตุว่า เค้าฝังใจกับการที่ถูกลงมือ โดยผู้ที่แข็งแรงกว่า

ลองมานึกถึงตอนที่เราโตแล้วเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้ว เราอ่านมาเยอะแล้ว หลายๆ สำนักเค้าก็วิจัย บอกว่าไม่ควรตี เราคิดตามและวิเคราะห์ถึงเหตุผลอย่างดีแล้ว ยังงัยก็จะไม่ตีลูกเด็ดขาด

แต่ไม่ได้แปลว่า… เราจะตามใจลูก เอาใจลูกทุกอย่าง ของอย่างนี้ขอบอกว่าไม่มีในหัว หากใครเคยติดตามอ่านเรื่องต่างๆ ของเรา น่าจะพอรู้ว่าเราเป็นแม่จอมโหดพอสมควร

“แต่โหดในที่นี้ไม่ใช่ลงมือกับลูก”

เราเป็นแม่เต็มเวลา ถามว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อยมากที่สุดในชีวิต ทุ่มเทที่สุดในชีวิต
แต่เราภูมิใจที่สุดในชีวิต ทุกครั้งที่มีคนชื่นชมว่าลูกเราเป็นเด็กดี อารมณ์ดี สุขภาพจิตดี
เชื่อมั้ย… เวลามีคนชมว่าลูกเก่ง มันไม่ดีใจเท่าตอนที่มีคนชมว่าลูกเราเป็นเด็กดี อารมณ์ดี สุขภาพจิตดีหรอกค่ะ

อย่างที่บอกเลี้ยงลูกคนเดียว มันต้องมีบ้างเวลาที่ปรี๊ดแตก แต่เราไม่เคยตีลูก มีแค่บ่นๆ บางทีก้อบ่นเสียงดังไปหน่อย แค่นี้ยังรู้สึกผิดเลย ว่าเสียงดังทำไม ลูกคงตกใจ พูดดีๆ กันก็ได้
เด็กคนอื่่นเป็นยังไงเราไม่รู้ เคยเลี้ยงแต่ลูกคนเดียว

สำหรับลูกเรา เราจะสอน เราจะบอกตลอด อันไหนทำได้ ทำไม่ไ้ด้ ทำไมไม่ให้ทำ

มันอันตรายนะครับ อย่ายืนบนจักรยาน เด็กดีไม่ทำแบบนี้ , ไม่เอามือเข้าปากนะครับ มือสกปรก , กลับเข้าบ้านต้องล้างมือ ล้างเท้าก่อน (เป็นการปลูกฝังให้เค้าเคยชินกับสุขอนามัยส่วนตัว), กินข้าวต้องล้างมือก่อน เราก็พาไปล้างมือ (ร้องเพลงก่อนกินอาหารเราต้องล้างมือ… ไปด้วย)
เด็กๆ ยิ่งเล็กยิ่งสอนง่าย สอนเค้าไปเถอะเด็กดีทำแบบนี้นะครับ แบบนี้ไม่น่ารักนะลูก เวลาเค้าทำดีเราก็กอด ก็หอมเค้า บอกว่าเรารักเค้า เค้าน่ารักขนาดไหน เค้าจะซึมซับได้ ว่าแบบนี้ทำแล้วแม่ชอบ แม่รัก

แต่ผู้ใหญ่บางคนแสดงออกผิดๆ เวลาเด็กทำสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่นไปแกล้งเพื่อน ฯลฯ กลับหัวเราะชอบใจ อันนี้เด็กก็เรียนรู้ไปผิดๆ อีกเหมือนกันว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งควรทำ
สำหรับบางคนอีกเหมือนกัน ถ้าเวลาที่อยู่กับลูกไม่บอกไม่สอน มัวแต่คิดว่าตัวเองเหนื่อย เด๋วก่อนดิ อย่าเพิ่งกวน กลับมาเหนื่อยๆ ขอดูทีวีก่อน ขอกินขนมก่อน ขอทำนู่นทำนี่ก่อน แล้วพูดๆๆๆ ไปเถอะ ลูกไม่เชื่อไม่ฟัง อย่ามาบอกเลยค่ะว่า ก็ลูกพูดไม่รู้เรื่อง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ชอบท้าทาย ฯลฯ
ถ้าลูกเราเป็นแบบนี้ สิ่งแรกที่เราต้องทำเลย คิดค่ะ เอ๊ะ… มันมีอะไรที่เราทำผิดพลาดไปหรือป่าว? ย้อนมองตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย?
เวลาที่อยู่กับลูก เป็นเวลาคุณภาพหรือป่าว

ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลมีนโยบาย สนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกเอง ให้ลางานได้อย่างน้อย 1 ปีี ให้เด็กได้กินนมแม่ ให้เด็กได้รับความรักจากแม่เต็มที่ มีแบบอย่างดีๆ ให้ซึมซับ

ไม่ใช่ให้ลางานได้แค่ 3 เดือน บางคนลาได้แค่ 3 เดือนยังไม่ให้นมแม่เล้ยยยยย บางคนให้นมแม่ 3 เดือนพอไปทำงานก็ไม่รู้จะให้ต่อยังงัย ก็เลยเลิก ความผูกพันระหว่างแม่ลูก ความอบอุ่นจากการสัมผัสมันขาดๆ ไป

พอครบ 3 เดือน ต้องไปทำงาน ต้องเอาลูกไปฝากไว้กับใครก็ไม่รู้ เนิร์สบ้้าง ญาติบ้าง

นี่มันลูกคนนะ ใครเลี้ยงก็ซึมซํบจากคนนั้นแหละ แล้วแน่ใจแล้วหรอ ว่าเวลาเค้าเลี้ยงลูกให้เรา เค้าไม่หงุดหงิด โมโห ใส่อารมณ์ ทำสิ่งแย่ๆ กับลูกเรา เด็กเหมือนผ้าขาว เห็นยังงัยก็ทำอย่างนั้นแหละค่ะ

เคยอ่านเจอบ่อยๆ เอาเด็กไปฝากยายเลี้ยงบ้าง พี่เลี้ยงบ้าง เด็กติดคนเลี้ยงกันทั้งนั้น ไม่ใช่ไม่รักพ่อรักแม่หรอกค่ะ แต่เด็กเค้าไม่รู้ เค้ารู้ว่าคนนี้อยู่กับเค้านี่นา ผูกพันกับคนนี้ ถ้าได้คนเลี้ยงดี ก็ดีไป ถ้ารู้จักสอน รู้จักทำสิ่งดีๆ เข้าใจพฤติกรรมเด็กก็ดีไป ถ้าไปเจอคนไม่เข้าใจเด็ก ร้องก็ด่า หิวก็ด่า ทำไรก็รำคาญ อย่าไปนึกเลยว่าวันๆ เด็กจะซึมซับอะไรไปบ้าง

ห้ามไม่ได้หรอก หากคุณพ่อคุณแม่ ต้องไปทำงาน เพราะสถานะภาพทางเศรษฐกิจ แต่เวลาที่อยู่กับเค้า ให้เค้าเต็มที่หรือยัง มีสิ่งดีๆ ให้เค้าซึมซับจากตัวเราหรือป่าว หรือคิดแต่จะพักผ่อนอย่างเดียว อยากดูละครน้ำเน่า อยากดูข่าวที่มีีแต่ฆ่ากันตาย ข่าวแย่ๆ ในสื่อต่างๆ อยากจะเล่นเนท อยากจะดูหนังแผ่น เล่นเกมส์ ฯลฯ
ถามตัวเองหรือยังคะว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกับลูกวันๆ มีอะไรบ้าง มีอะไรที่ทำให้เค้าอ่อนโยน มองโลกในแง่ดี สุขภาพจิตดีมั้ย?

ไม่ใช่อยากจะพักผ่อนอย่างเดียว หาเงินแล้วอยากพัก ซื้อของเล่นแพงๆ ให้ลูกให้เอาไปเล่นคนเีดียว ชั้นขอพักก่อนได้ป่ะ ขอบอกได้เลยว่า… เด็ก 99.99% ชอบเล่นกันพ่อแม่ ผู้ปกครองที่สุด ไม่จำเป็นต้องมีของเล่นราคาแพง หรือแม้แต่ไม่มีของเล่นเลยก็ได้ เล่นของใช้ในบ้านก็สนุกที่สุด แค่ขอให้แม่เล่นกับหนูเถอะ
เมื่อวานอ่านเจอข้อความนึงค่ะ โดนใจมากๆ คุณหมอท่านนึงบอกว่า… “การเลี้ยงลูกคือการทุ่มเทสร้าง ไม่ใช่การทุ่มทุนสร้าง” ของเล่นแพงๆ ไม่มีความหมายเลยค่ะ หากพ่อแม่ไม่อยากเล่นกับลูก

สุดท้ายจริงๆ แล้วค่ะ อยากจะถามจริงๆ เลยค่ะ ว่า เวลาตีลูกไม่โมโห และไม่ใช้อารมณ์กันจริงๆ หรอคะ

ขนาดบางทีเราเสียงดัง เผลอดุลูกก็ยังมี(แต่ี้ไม่เป็นมานานละ) แล้วมันจะเป็นไปได้หรอตีลูกโดยใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์

ลองคิดแบบมีตรรกะ ถ้าเราไม่มีอารมณ์ขุ่นมัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เข้าใจเหตุผลที่มาที่ไป คงไม่สามารถลงมือตีเด็กน้อยไร้เดียงสาได้เลย !!

อีกแง่นึง หากเผลอใช้อารมณ์ตีลูกไปแล้ว คงยาก หากจะกลับมาเลิกตี และใช้เหตุผลกับลูก

แต่ถ้าลูกยังเล็ก พ่อแม่ยังกลับตัวทัน ยังไม่สาย เลิกเถอะค่ะ เลิกลงมือตีลูกกันซะที เพราะผลการศึกษาบอกมาว่า ถึงแม้จะบอกเหตุผลลูกว่า แม่ตีเพราะอะไร เด็กก็ไม่ค่อยได้สนใจฟังหรอก เพราะมัวสนใจอยู่กับเรื่องเสียใจที่ถูกแม่ตี

พ่อแม่บางคนบอกว่า ก็ตีแล้วลูกเลิกทำสิ่งที่ไม่ควร คุณรู้ได้ยังงัยว่าเค้าเลิกทำพฤติกรรมนั้นจริงๆ ในความคิดของเรา เราว่าเค้าไม่ทำต่อหน้าคุณมากกว่า เพราะเค้ารู้ว่าทำแล้วจะโดนอะไร มันอาจจะกลายเป็นการสร้างความเก็บกดให้ลูกก็ได้

สอนลูกกันดีกว่าค่ะ โดยการเป็นแบบอย่างที่ดี อย่าพูดแต่ปาก ทำให้ลูกเห็นสิคะ

และอย่าลืมประโยคทอง “เลี้ยงลูกต้องทุ่มเท ไม่ใช่ทุ่มทุน”

Recent Entries

One Response to “บ่นความ ร่ายยาวเรื่องเลี้ยงลูก”

  1. พ่อปัน ปัน Says:

    สังสัยน้องต้นหนาวโดนยุงกัดหน้า…ลายเป็นลายเสือเลยครับ

Leave a Reply