ดูลูกให้ได้ดี ดีได้ให้ลูกดู

ดูลูกให้ได้ดี ดีได้ให้ลูกดู

โอ๊ย…ไม่ได้เขียนบ่นความนาน เรื่องเยอะมากมาย ไม่รู้จะบรรยายได้หมดมั้ย

เริ่มจากตอนนี้กำลังหาข้อมูลและเยี่ยมชม รร. อนุบาลในฝันอยู่ ใครสนใจลองเข้าไปชมกันได้ที่นี่ http://mothercorner.com/index.php?board=7.0

เพราะตอนนี้คุณแม่ 51 เค้าเริ่มหาข้อมูลกันแล้วหล่ะ ไม่ได้เว่อร์อยู่คนเดียวหรอกนะ เพราะของแบบนี้ต้องแน่ใจ ถ้าจะเอาลูกสุดเลิฟไปฝากให้เค้าดูแล ถ้าไม่แน่ใจ ขอ Home School มันเองจะดีกว่า

ช่วงนี้อ่านเจอแม่ๆ หลายท่านสอบถามเรื่องการเลี้ยงลูกในอินเตอร์เนท เรื่องการเลี้ยงลูก

อ่านเจอเรื่องแนวทางการเลี้ยงลูก ถามว่าถ้าลูกล้มควรทำอย่างไร เข้าไปโอ๋ดี หรือปล่อยให้ดูแลตัวเองดี ?

เรื่องร้องอย่าปล่อยให้ร้องให้ อยากได้อะไรก็ให้ตามใจไปแบบนี้สมควรมั้ย ?


คำตอบในความคิดของเราคือ …

สำหรับเรา ถ้าลูกล้ม หรือเล่นอะไรแล้วพลาดเจ็บตัว สิ่งที่คนเป็นแม่ควรจะทำคือ เข้าไปหาเค้า ทำให้เค้าอุ่นใจว่ามีแม่เคียงข้างค่ะ ไม่ใช่ปล่อยไป ไปล้มก็ไป ถึงเวลาเดินมาหาละกัน อย่างนี้ไม่ควรค่ะ หรือพวกผู้ใหญ่ที่สอนให้เด็กพาลโมโห ตีโต๊ะ ตีเก้าอี้นี่ก็ไม่สมควรค่ะ

เราเองเวลาลูกล้ม เราจะเข้าไปปกอดเค้า แล้วพูดว่า “เจ็บใช่มั้ยลูก คราวหลังต้องระวังหน่อยนะครับ” เป็นการปลอบใจและบอกให้เค้ารู้ค่ะ ว่าเค้าเล่นแบบนี้เจ็บนะ แล้วคราวหลังเค้าต้องระวัง จะเข้าใจไม่เข้าใจก็พูดไปค่ะ อย่าปล่อยให้เค้ายืนงง อยู่คนเดียว

การที่เราปล่อยเค้าเจ็บตัวโดยไม่มีใครเคียงข้าง ไม่ได้เป็นการทำให้เค้าแข็งแกร่งได้หรอกค่ะ เราคิดว่าเป็นการที่คนหลายๆ คน เข้าใจผิด คนที่จะแข็งแกร่งได้เมื่อโตขึ้น คือคนที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ค่ะ ถึงจะผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้ดี

ลองคิดถึงตัวเองดูสิคะ ถ้าเราทำงานซักอย่างพลาด แล้วไม่มีใครเคียงข้างเลย ปล่อยให้คุณเครียด เสียใจอะไรอยู่่คนเดียว กับการที่มีใครซํกคนมากบอกว่า ไม่เป็นไรนะ พลาดตรงไหน เด๋วจะช่วยเอง อยากให้ช่วยอะไรก็บอก แบบไหนจะดีกว่ากัน แล้วลองคิดถึงตัวเด็กสิคะ ชีวิตเค้ามีแต่แม่ แต่แม่กลับเมินเฉย เค้าจะเคว้งคว้างขนาดไหน

แล้วยังมีอีกประเภทนะคะ ที่ลูกล้มแล้วผู้ใหญ่เข้าไปบอก “ไม่เจ็บ ไม่เจ็บ” รู้มั้ยคะ ว่าแบบนี้ คุณกำลังปลูกฝังให้เด็กรู้จักกับการโกหกค่ะ เราไม่เคยคิดจะพูดแบบนี้เลยค่ะ

เรื่องไม่ปล่อยให้ลูกร้องก็เหมือนกันค่ะ ในเด็กเล็กๆ น่ะใช่ค่ะ บางคนปล่อยลูกวางแหมะเอาไว้ทั้งวัน กลัวติดมือ แล้วบอกว่าร้องอยู่นั่นแหละ ปล่อยให้ร้องจนหมดแรงหลับไป อันนี้ไม่สมควรค่ะ

แต่ถ้าเค้าโตขึ้นมาจนรู้ความแล้ว เค้าจะเริ่มแสดงความเป็นตัวตน เริ่มอยากรู้อะไรทำได้ทำไม่ได้ (ประมาณ เกือบๆ 1 ขวบ) อันนี้แหละค่ะ เราต้องเริ่มสอนแล้วค่ะ ถ้าเค้าร้องเพื่อจะเอาให้ได้ อันนี้เราต้องปล่อยค่ะ เพื่อเป็นการสอนเค้าให้รู้จักสิ่งที่ควร อะไรไม่ได้คือไม่ได้ ไม่ใช่ปล่อยปละตามใจจนติดนิสัยแย่ๆ ไปจนโตค่ะ

อีกเรื่องลูกเกิดปีเสือจะเลี้ยงยากมั้ย ? เรียกได้ว่าเป็น Topics สุดฮอตประจำบ้านที่มีคนท้องเลยก็ว่าได้

ในความคิดของเรา เด็กทุกคนเกิดมาเหมือนกันหมดคือเป็นผ้าขาว ไม่ว่าจะเกิดปีไหน วันไหนยังงัย อาจจะมีส่วนน้อยเท่านั้นที่เลี้ยงยาก อย่าเพิ่งไปคิดเลยว่าลูกเราจะถูกแจ็กพอตเป็นคนส่วนน้อยเหล่านั้น ให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ ลองย้อนมาดูตัวเองกันก่อนดีมั้ยคะ

ลองดูตัวเองหรือยังว่าเราเข้าใจลูกมากน้อยแค่ไหน เคยศึกษาหาข้อมูลมาก่อนมั้ยว่าลูกเค้าอาจจะมีความต้องการอะไร ยังงัยได้บ้างตามวัยของเค้า ไม่ใช่เอะอะอะไรก็โทษไปว่า ก็ลูกเรามันเลี้ยงยาก ไม่เหมือนลูกคนนั้นคนนี้ อืม…ขอยืนยันเลยค่ะ ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

ตอนน้องต้นหนาวเกิดมาใหม่ๆ เป็นเด็กร้องกลั้น กลั้นจนตัวแข็งไปเลย ตอนนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูกค่ะ บอกตามตรงว่าไม่เคยเจอมาก่อนเลย เลี้ยงหลานมาก็หลายคน ไม่เคยเจอใครร้องกลั้นๆ แต่พอเรามาศึกษาหาข้อมูลและทำความเข้าใจกับมันดูแล้ว พบว่ามันเป็นเรื่องปกติ พบได้ทั่วไปและจะหายไปได้เองในช่วง 2 ขวบ

หากตอนนั้นมัวแต่ไปคิดว่าลูกเราเลี้ยงยาก แล้วไม่ทำอะไรเลย วันนี้คงไม่ได้ลูกชาายที่มีอารมณ์ดีขนาดนี้ และแม่ก็สามารถทำให้เค้าเลิกร้องกลั้นได้แค่เพียงระยะเวลา 1-2 เดือนเท่านั้นเอง เพราะการหาข้อมูลว่าเราควรจะทำอย่างไร กับเด็กประเภทไหน อาการอย่างไร

วกกลับมาประเด็กเรื่องเด็กเกิดปีเสือจะเลี้ยงยากมั้ย ?

อย่างที่บอกไปว่าเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว เราอยากให้เค้าเป็นอย่างไรให้ทำให้เค้าดูอย่างนั้น

อยากให้เค้ารักการอ่าน แต่แม่ไม่เคยอ่านนิทานให้ฟัง เอาแต่ดูละครน้ำเน่า พอลูกโตมาไม่ชอบอ่านหนังสือ อันนี้ก็ต้องมาโทษตัวเองแล้วหล่ะค่ะว่าเลี้ยงลูกประสาอะไร

อยากให้ลูกไม่พูดโกหก แต่แม่โกหกเป็นไฟ อันนี้ก็ไม่ไหว

อยากให้ลูกพูดจาอ่อนหวาน สุภาพ แต่แม่พูดมรึง กรู กรอกหูทุกวัน เด็กเค้าจะซึมซับแบบอย่างดีๆ จากใคร ?

อยากให้ลูกเป็นอย่างไรสอนอย่างนั้นค่ะ ทำให้เค้าดูเป็นตัวอย่าง อย่าบอกว่าไอเราก็ไม่ใช่คนดิบคนดีอะไร ไม่รู้จะเอาอะไรไปสอน

ถ้ายังไม่มีลูกน่ะใช่ จะดีจะเลว จะสุกจะดิบยังงัยก็ได้ ชีวิตตัวเอง แต่พอมีลูกแล้วมันต้องเปลี่ยนค่ะ อยากให้ลูกเป็นคนดีมั้ย อยากได้อย่างไร ทำให้เค้าดูก่อน ถ้าไม่สอนกันตั้งแต่ยังเล็กๆ โตขึ้นมาจะสอนก็ไม่ทันซะแล้ว อย่างที่ผลการวิจับเค้าว่าไงคะ จะสอนอะไรให้สอนตั้งแต่ขวบปีแรกๆ เพราะมันจะเป็นช่วงที่เด็กเริ่มวางเส้นสาย ระบบความคิดลงไปในรากเหง้าของสมอง หากไม่สอนตอนนี้ จะไปสอนตอนไหน โอกาสดีๆ พลาดแล้วพลาดเลย

บางคนบอก ของแบบนี้รอไปสอนกันตอนโตดีกว่า สอนตอนนี้เด็กก็ไม่รู้เรื่องอะไร

ขอบอกเลยว่าไม่จริง เด็กเค้ายังพูดไม่ได้ก่อนขวบก็จริง แต่เค้าได้ สามารถเข้าใจสิ่งที่เราสื่อสารออกไปได้ ทั้งคำพูดและการแสดงออก ตั้งแต่ยังไม่ครบขวบ

ไม่ใช่เค้าเพิ่งมาฟังรู้เรื่อง หรือเริ่มเข้าใจพร้อมๆ กับที่เค้าเริ่มพูด

ถ้าคิดอย่างนั้น ถือว่าพลาด เพราะพอเลย 2 ขวบ 3 ขวบไปแล้ว จะสอนยากแล้วค่ะ เพราะเด็กเค้าเริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเอง คราวนี้ถ้าแม่ดุเค้าจะต่อต้านแล้ว เค้าจะเริ่มมองหา แม่คนที่เมื่อก่อนเป็นนางฟ้าแสนดี แต่ตอนกลายเป็นนางยักษ์ใจร้าย อะไรๆ ก็ดุ

หากคนเป็นพ่อเป็นแม่รุ่นใหม่อย่างเรามีข้อมูลมากพอ จะเข้าได้แล้วว่า เราต้องยอมอดทน ยอมเหนื่อยเพื่อลูกใน ช่วง 3 ปีแรก ไม่ใช่แค่เลี้ยงเค้าแต่ตัว แต่ต้องเลี้ยงเค้าทั้งตัวและหัวใจ ไม่ใช่แค่ดูแลให้กินอิ่ม นอนหลับแล้วจบ แต่ต้องปลูกฝังสิ่งที่ดีงาม ที่จะงอกงามขึ้นในหัวใจของลูกทุกๆ วันด้วย

ทุกวันนี้เวลาพาลูกไปไหนก็ชื่นใจ ไม่ค่อยทำอะไรให้แม่ปวดหัว จะเล่นอะไร จะทำอะไร พูดรู้เรื่อง บอกว่าไม่คือไม่ ไม่ใช่บอกไม่ทำนะลูก วิ่งจู๊ดไปอยู่ไอตรงที่ห้ามนู่นแล้ว

ของใช้อะไรที่ไม่ใช่ของที่เอาเข้าปากได้ ไม่ใช่ของกิน จะไม่เอาเข้าปากแล้ว บอกอะไรสกปรกเข้าใจจะถอยหนี ไม่กล้าจับ

บอกให้หยิบอะไรมาให้ก็หยิบได้ถ้ารู้จัก จะเปลี่ยนกางเกงบอกให้มาเลือกด้วยกัน ก็มาเลือกได้ว่าจะใส่ตัวไหน กินข้าวก็เพิ่งเริ่มหัดให้กินเอง เวลากินก็รู้เวลากินอย่างเดียว กินมันบน high chair ไม่เคยต้องวิ่งตามป้อนกันให้เหนื่อย

บางคนบอกโอ้โห โชคดีจังเลย ลูกไม่ซนเลย อืม ไม่รู้จะบอกยังงัยค่ะ เค้าซนน่ะซนอยู่แล้วตามวัย แต่สิ่งที่ทำให้เค้าดูซนน้อยกว่าคนอื่น เพราะเค้าพูดรู้เรื่องค่ะ เลยทำให้แม่ไม่ต้องคอยจับตลอดเวลา กว่าจะสอนได้ขนาดนี้เหนื่อยค่ะ ไม่ใช่ง่ายๆ ทุ่มเททั้งเวลาและพลังงานไปเยอะมาก ๆ

แต่ทั้งหมดที่ทำก็เพราะคิดว่ายอมเหนื่อยแค่ไม่กี่ปี แต่ผลที่ได้รับทำให้คนเป็นแม่สบายขึ้นมาก หากสอนกันมาดีๆ จะเห็นได้ว่าแทบไม่ต้องเหนื่อยเลย กับเรื่องไร้สาระ ที่คนเป็นแม่อย่างเรา manage ได้ แต่ถ้าขี้เกียจตั้งแต่ลูกเล็กๆ ปล่อยปละละเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะต้องเหนื่อยกันไปกี่ปี ของอย่างนี้ต้องลองดูเอาเอง!!

Recent Entries

One Response to “ดูลูกให้ได้ดี ดีได้ให้ลูกดู”

  1. chompuu Says:

    เห็นด้วยกับบ่นความทุกประการค่ะ

    ขอบคุรนะค่ะที่เอามาแบ่งปันกัน

    ว่าแต่รถสามล้อของต้นหนาวเหมือนของข้าวปั้นเลย อิ อิ

Leave a Reply