หนังสือดีที่พ่อแม่ควรอ่าน “พูดกับลูกอย่างไร ให้เขาเชื่อฟังและไม่ต่อต้านเรา ฟังลูกพูดอย่างไร ให้เขาไว้ใจไม่ปิดบังเรา”

หนังสือดีที่พ่อแม่ควรอ่าน “พูดกับลูกอย่างไร ให้เขาเชื่อฟังและไม่ต่อต้านเรา ฟังลูกพูดอย่างไร ให้เขาไว้ใจไม่ปิดบังเรา”

พูดกับลูกอย่างไร ให้เขาเชื่อฟังและไม่ต่อต้านเรา ฟังลูกพูดอย่างไร ให้เขาไว้ใจไม่ปิดบังเรา

(How To Talk So Kids Will Listen & Listen So Kids Will Talk)
วิธีพูดกับเด็กและวัยรุ่น-ภาคปฏิบัติ เพื่อช่วยให้เขายอมรับ เชื่อฟัง และไว้วางใจเรา

เฮ้อ…เขียนจะจบแล้วเชียว คอมเกิดดับ ต้องมานั่งร่าวยาวใหม่อีกรอบ ไม่รู้จะเล่าได้ดีเหมือนทีแรกหรือป่าว !! เอาเป็นว่าสั้นๆ ละกันเนอะ

จริงๆ ซื้อหนังสือเล่มนี้มาตั้งแต่ลูกอายุได้ไม่กี่เดือน แต่ไม่มีเวลาอ่านอย่างจริงจัง เพราะต้องความที่เลี้ยงลูกเต็มเวลา เลยหาเวลาส่วนตัวได้น้อยเต็มที แต่ก็อ่านเก็บรายละเอียดคร่าวๆ เอาไปใช้ได้บ้างเล็กน้อย

พอดีช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้เดินทางไปต่างจังหวัด เลยพอจะมีเวลาระหว่างนั่งรถบ้าง ก็เลยติดเอาหนังสือเล่มนี้ไปอ่านเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ รับมือกับช่วงเวลา Terrible 2 ที่กำลังจะมาถึง ที่ใครๆ ที่มีลูก ต่างก็พูดกันว่าสุดยอดดดดดดดด

ถ้าใครยังไม่เคยมีลูกอ่าจจะยังไม่เคยได้ยินหรือรู้จักกับ Terrible 2 หรือคนที่ลูกแล้วก็อาจจะยังไม่มีข้อมูล ไปทำความรู้จักกับมันได้ที่ MotherCorner.com (เวปดีๆ ในสังกัดเราเอง 55)

รายละเอียดคร่าวๆ ในหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงวิธีรับมือในสถานการณ์ต่างๆ ที่ลูกไม่ให้ความร่วมมือ โดยผู้ใหญ่อย่างเราๆ มักจะเหมาไปเองว่า ลูกดื้อ, เอาอีกแล้วนะ, โตแล้ว ชักจะดื้อด้านใหญ่แล้ว, ฯลฯ

จริงแล้วผู้เขียนได้บอกให้เรารู้ว่า มีวิธีการจัดการกับสิ่งที่เด็กแสดงออกมาได้มากมายหลายวิธี โดยคนเป็นพ่อแม่้ลองเปลี่ยนทัศนคติและวิธีคิด โดยพยายามเข้าใจในตัวเด็ก และเปลียนวิธีการในการแสดงออก ซึ่งจะสามารถทำให้ลูกคล้อยตาม และประพฤติตัวเหมาะสมได้

หลายๆ เรื่องในหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องที่เราเคยเอามาทำตาม โดยปรับให้เข้ากับสถานการณ์แล้วพบว่าใช้งานได้จริงๆ และใช้ได้ดีซะด้วย อยากรู้ว่าดียังไง ต้องลองไปหามาอ่านกันดู คนที่ไม่มีลูกก็อ่านได้ เพราะเป็นการฝึกใช้คำพูดต่อคนรอบข้าง ซึ่งทำให้บรรยากาศที่บ้าน และที่ทำงานดีขึ้นได

เรื่องที่ชอบที่สุดคือ บทที่ 3 วิธีสอนลูกให้เชื่อฟัง โดยไม่ต้องใช้การลงโทษหรือข่มขู่บังคับ

บทนำของบทที่ 3 พูดว่า “ปัญหาของการทำโทษ คือ “มันใช้ไม่ได้ผล” มันเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนเด็ก เพราะแทนที่เด็กจะรู้สึกเสียใจในความผิดที่เขาทำ หรือคิดว่าเราควรจะต้องแก้ไขปรับปรุงตัวเองอย่างไร แต่กลับทำให้เขามุ่งแต่จะคิดแก้แค้น หรือกว่างอีกนัยหนึ่งคือ เขาขาดโอกาสเรียนรู้ด้วยตนเอง ถึงบทเรียนจากการกระทำผิดของตน”

ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆ กันดีกว่า

หรือแม้แต่ในบทที่ 6 วิธีช่วยเด็กให้หลุดพ้นจากการถูกตราหน้า ก็เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

เคยมั้ยที่บางทีเห็นผู้ใหญ่่บางคนชอบตราหน้าเด็กว่าเป็น… เจ้าเด็กดื้อ, เจ้าเด็กขี้เกียจ

บทที่ 6 นี้ มีคำตอบดีๆ ให้ได้อ่าน ว่าผลเสียของคำพูดที่ผู้ใหญ่ไม่ได้คิดว่าจะมีผลใดๆ กับเด็ก กลับมีผลกับเด็กได้อย่างมหาศาล อาจเปลี่ยนชีวิตเด็กไปเลยก็ได้

มาดูแต่ละบทเรียนกันดีกว่าว่าในหนังสือ “พูดกับลูกอย่างไร ให้เขาเชื่อฟังและไม่ต่อต้านเรา ฟังลูกพูดอย่างไร ให้เขาไว้ใจไม่ปิดบังเรา” สอนอะไรเราบ้าง
1. วิธีช่วยให้เด็กสามารถจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของเขาเอง
2. พูดอย่างไรจึงจะทำให้เด็กเชื่อฟังและให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ
3. วิธีสอนลูกให้เชื่อฟัง โดยไม่ต้องใช้การลงโทษหรือข่มขู่บังคับ
4. วิธีพูดเพื่อปลูกจิตสำนึก และส่งเสริมให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง
5. วิธีที่ถูกต้องในการกล่าวชมเชยหรือตักเตือนเด็ก
6. วิธีช่วยเด็กให้หลุดพ้นจากการถูกตราหน้า
7. วิธีนำทักษะทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก

:: เนื้อหาโดยสังเขป
หนังสือ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจมุมมองของลูก และสามารถสื่อสารกับเขาทั้งการพูดและการฟังที่ดี จนทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการสื่อสารกับเด็ก ซึ่งได้นำหลักการสำคัญทางจิตวิทยา ของจิตแพทย์เด็กผู้มีชื่อเสียง ดร.เฮม จีนอตต์ มาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณและครอบครัวไปในทางที่ดี ขึ้นได้

“…สายตาที่แสดงถึงความรู้สึกเหยียดหยาม หรือน้ำเสียงที่แสดงอาการดูถูกของพ่อแม่ ทำให้เด็กรู้สึกเจ็บปวดได้อย่างมาก
แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเด็กได้ยินคนพูดต่อว่าเขา ว่า ‘โง่’ ‘ชุ่ย’ ‘ไม่รับผิดชอบ’ ‘ลูกไม่เคยจำอะไรได้เลย’
เขาก็จะยิ่งรู้สึกเจ็บปวดเป็นสองเท่า คำพูดที่บาดใจ มักจะตราอยู่ในใจได้นาน และเป็นพิษร้ายต่อเด็กอย่างมาก
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ บางครั้งเขาอาจจะนำคำพูดเดียวกันนี้  มาใช้เป็นอาวุธทำร้ายตัวเองได้ในวันข้างหน้า”

“สามีของฉันไม่ยอมอ่านหนังสือเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูลูก
เขามีความเห็นว่า “มันจะต่างกันสักแค่ไหนเชียว กับแค่วิธีการพูด ตราบใดที่ลูกรู้ว่า เรายังรักเขาอยู่”
ฉั น เ ล ย บ อ ก กั บ เ ข า ว่ า …
“ฟังนะ ตอนที่เราตัดสินใจจะมีลูก เรารู้ว่าเราต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา
เราไม่เคยคิดที่จะให้ลูกสวมใส่ผ้าขี้ริ้ว หรือกินอาหารขยะ เราต้องการให้เขามีที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด
จนแม้กระทั่งการศึกษาที่ดีที่สุด ในทำนองเดียวกัน ทำไมเราไม่พูดกับลูก
ด้วย “ค ำ พู ด แ บ บ ที่ ดี ที่ สุ ด” สำหรับเขาล่ะ ลู ก เ ร า ส ม ค ว ร ไ ด้ รั บ สิ่ ง ที่ ดี ที่ สุ ด จ า ก เ ร า ทั้ ง คู่ มิ ใ ช่ ห รื อ”

เขียนโดย ADELE FABER และ ELAINE MAZISH
ลูกศิษย์ ดร.เฮม จิน๊อตต์  ผู้เขียนหนังสือขายดี วิธีพูดกับลูก โดยไม่ทำร้ายจิตใจของเขา…

ครอบครัวไหนที่มีปัญหากับลูก ลองหาหนังสือดีๆ แบบนี้มาอ่านดู แม้ว่าลูกยังเล็กก็สามารถอ่านได้ เพราะสามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่ลูกยังไม่ถึงขวบเลยด้วยซ้ำ

ใครสนใจถามได้ค่ะ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ 55 แต่ยินดีให้คำแนะนำ

Recent Entries

3 Responses to “หนังสือดีที่พ่อแม่ควรอ่าน “พูดกับลูกอย่างไร ให้เขาเชื่อฟังและไม่ต่อต้านเรา ฟังลูกพูดอย่างไร ให้เขาไว้ใจไม่ปิดบังเรา””

  1. อุ๋ยค่ะ Says:

    หาซื้อหนังสือได้ที่ไหนคะ น่าสนใจมากๆเลยค่ะ จะลองเอามาใช้กับลิงธารที่บ้านอ่ะ

  2. Jan Says:

    มีตามร้านหนังสือทั่วไปเลยค่ะ

    เคยเห็นที่ร้านนายอินทร์ กับซีเอ็ดค่ะ

    แต่เป็นของ สนพ Bee Media (บี มีเดีย) ค่ะ

    ถ้าสั่งซื้อผ่านเวปเค้าลดราคาด้วยค่ะ แล้วก็มีหนังสือในซี่รี่ย์เดียวกันอีกหลายเล่มค่ะ เพิ่งสั่งผ่านเวปไปอีก 3 เล่ม
    อ่านจบแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ

    ที่นี่นะคะ beemedia.co.th

  3. ming_LoVeLy Says:

    หนังสือน่าอ่านนะค่ะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกเข้าใจครอบครัวมากยิ่งขึ้น

Leave a Reply