ถ้าไม่มีนมผสม เราจะไม่มีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย (ภาคสอง – เลือก รพ. ฝากครรภ์)

พอดีไปอ่านเจอกระทู้คนถามเรื่อง รพ.ฝากครรภ์ ไม่สนับสนุนนมแม่จะทำยังไงดี !!

ด้วยความมือบอน อดไม่ได้ ก็เลยไม่ตอบซะยาวเหยียดเลย 55

ความเห็นของคนส่วนใหญ่จะคิดเห็นต่างกัน แยกได้ประมาณ 3 กลุ่ม(ในความคิดของตัวเองนะ) คือ
1. ลูกคนต้องกินนมคน
2. ลูกคนกินนมอะไรก็ได้อย่าไปซีเรียสสสสส…อย่าสุดโต่ง(สุดโต่งตรงไหนวะคะ)
3. คิดว่านมวัวสมัยนี้เติมสารอาหารจนมีประโยชน์มากกว่านมแม่

ขอออกตัวเลยว่าเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มแรก ที่ยืนยัน และเชื่อมั่นใจกฏของธรรมชาติ ว่าลูกคนต้องกินนมคน
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าความคิดว่าลูกคนกินนมอะไรก็ได้ มันเริ่มไปแข็งแรงขึ้นในสังคมไทยเมื่อตอนไหน
แต่มั่นใจอยู่ลึกๆ ว่า ถ้าในสังคมที่การศึกษาเข้มแข็ง ส่งเสริมให้คนในชาติใช้สมองคิดเป็น มากกว่าจะเอาไว้คั่นหูเฉยๆ ความคิดบ้าๆ พวกนี้คงจะแทรกซึมเข้ามาได้ยากและเชื่องช้าอย่างแน่นอน

ทำไมต้องเลือก รพ. สนับสนุนนมแม่ !!

รู้หรือไม่ว่า การที่ฝากครรภ์ รพ. อะไรก็ได้ ขอให้เอาสะดวกเข้าว่า หลังจากคลอดลูกแล้ว อาจจะสร้างความลำบากอย่างมหันต์

เหอะๆ เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะถ้าไม่ได้มีการเตรียมตัว เตรียมความรู้ในเรื่องนมแม่มาดีพอ เมื่อ รพ. ไม่สนับสนุนนมแม่โดยการให้ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี โอกาสสำเร็จก็น้อยลงไปมาก เพราะแม่มือใหม่มักไม่มีความรู้ ตวามเข้าใจพื้นฐาน และที่สำคัญคือขาดประสบการณ์…

รพ. ที่ไม่สนับสนุนนมแม่ มักจะอ้างว่า อยากให้แม่พักผ่อน ยังไม่ต้องให้นมลูก ให้รอนมแม่มาก่อนค่อยให้
(เคยได้ยินคำพูดเหล่านี้มากันจนชินใช่มั้ย? ขอบอกว่าเป็นคนหนึ่งที่ได้ยินจากคำบอกเล่าของคนอื่นๆมาเยอะ จนอึดอัด และรำคาญใจแทน)

ถ้าเอาสะดวกเข้าว่า ยอมนอนพักผ่อนแบบที่ รพ. กล่อมประสาทด้วยคำพูดที่ว่าคุณแม่ไม่ไหว ๆๆๆๆ
แล้วต้องมาลำบาก มาไฟท์เอง ตอนอยู่บ้าน มันไม่ลำบากกว่าหรอ?
กับการที่ไปอยู่ รพ. สนับสนุนนมแม่ เค้าสอนให้ทุกอย่าง กลับมาก็ทำเป็นเลย จะสบายกว่ามั้ย เพราะแค่ต้องเลี้ยงลูก ไม่ได้หลับได้นม ตื่นมาอุ้ม มาให้นมก็ลำบากพอดูแล้ว นี่จะต้องมากังวลเรื่องนมแม่ที่เข้าใจมาผิดๆ อีก
ในความเป็นจริง รพ. เป็นห่วงสุขภาพแม่มากขนาดนั้นเลย? ไม่ห่วงเด็กบ้างหรอคะ ว่านมแม่จะมาช้า เพราะไม่ได้ให้มาดูดกระตุ้นตามเวลา แล้วเด็กจะไม่มีนมกิน
รพ. ไม่ได้ห่วงตัวแม่ขนาดนั้นหรอก แต่ที่ห่วงก็คือ จะไม่ได้เอานมผสมกรอกปากเด็กมากกว่า ถ้าเด็กได้กินนมผสมผ่านทางขวดไปแล้ว

มันจะเป็นการยากไปมั้ย… ที่จะต้องมาฝึกให้เค้าดูดเต้าแม่ที่บ้านเอง แทนที่ รพ. จะสอน
มันจะยากไปมั้ย… เพราะไม่เคยดูดกระตุ้นน้ำนม แล้วหลอกให้ตั้งตารอว่าเมื่อไหร่นมจะมา
มันจะยากไปมั้ย… ที่ต้องฝ่าดงคำพูดของคนในบ้านว่า นมแม่ไม่มีหรอก นมแม่ไม่พอ ฯลฯ
มันจะยากไปมั้ย… ที่ต้องๆๆๆๆๆ ฯลฯ

ถ้าหากเพียง รพ. ทุก รพ. มีจริยธรรมในการดำเนินงาน

ส่งเสริมนมแม่ให้ถูกต้องกันตั้งแต่ที่ รพ. ไม่ใช่ พอแม่บอกจะให้นมแม่ ห้ามให้นมผสม รพ. ก็แอบให้บ้าง กดดันแม่บ้าง ว่าลูกรอไม่ได้
เคยอ่านเจอถึงขนาดว่าแม่ว่า ใครๆ เค้าก็ให้นมผสมรอไปก่อนทั้งนั้นแหละ อย่าไปสุดโต่ง หรือจะให้ลูกหิวเพราะรอไปเรื่ือยๆ (คิดได้นะเนี่ย)

อ่านแล้วเชื่อว่าหลายคนที่เข้าใจเรื่องนมแม่เป็นอย่างดี คงจะปรี๊ดดดดดดดดดดดดดด…

สังคมไทยมันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว หาว่าเรื่องแบบนี้มันสุดโต่ง…
อะไรน้อออ… ทำให้คนคิดกันไปได้ว่าเรื่องของธรรมชาติ สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา เป็นเรื่องสุดโต่ง
ทำไมไม่คิดกลับกันบ้างว่า การให้ลูกกินของแปลกปลอม เพราะความคิดไม่เข้าท่าต่างหากที่สุดโต่ง.
..
ลองคิดดูว่า ธรรมชาติสร้างให้น้ำนมแม่ค่อยๆ มา เพื่อให้สมดุลกับความต้องการของลูกอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นประชากรมันจะล้นโลกอย่างนี้?
บรรพบุรุษเราคงจะสูญพันธุ์กันไปหมดแล้ว เพราะในสมัยก่อน คงไม่มีใครคิดว่าจะให้ลูกไปกินนมตัวอะไรดี ระหว่างที่ต้องรอนมแม่มา!!

ธรรมชาติสร้างมาได้เหมาะสมแล้ว เพราะกระเพาะของเด็กเล็กมากๆ จะให้กินอะไรกันนักหนา เคยอ่านเจอมาว่า เด็กแรกเกิดต้องการนมแค่ไม่กี่ซีซี ก็เพียงพอแล้ว แต่นี่เล่นยัดทะนาน ให้กับเป็นออนซ์ๆ จะบ้ากันไปใหญ่ละ

ยิ่งแรกคลอดไม่พาลูกมาดูดกระตุ้น น้ำนมยิ่งมาช้า เพราะไม่ได้บอกร่างกายตามธรรมชาติว่า ต้องสร้างอาหารให้ลูกแล้วนะ ร่างกายจะไปรู้ได้ยังไง? ร่างกายไม่มีทางรู้ว่าต้องสร้างเท่าไหร่ เพียงแต่เราบอกร่างกายด้วยอัตรากการดูดของทารก นั่นแหละร่างกายถึงจะรับรู้ว่าเท่านั้นเท่านี้ ok แล้วนะ

ถ้าหากว่าฝากท้องไปแล้ว แต่มารู้ทีหลังว่าเป็น รพ. ไม่สนับสนุนนมแม่ หรือสนับสนุนแค่เพียงในนาม แต่พอไปสัมมนาที่ รพ. มีแจกนมผสมติดกระเป๋ากลับบ้านด้วย นี่ก็เป็นสัญญาณหนึ่งให้กลับมาคิดได้ว่า จะเอายังไงต่อไป จะไปสืบกับทาง รพ. ดีมั้ยว่ามีหมอคนไหนสนับสนุนนมแม่มั้ย (เผื่อเปลี่ยนคนแล้วจะดีขึ้น) หรือถ้าลองไปคุยก็แล้ว ไปดูห้องเนอร์สก็แล้ว ไม่เห็นวี่แววสัญญาณที่ดี การเปลี่ยน รพ. ก็น่าจะเป้นทางออกที่ดี และไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

ต้องทำยังไงหากต้องการเปลี่ยน รพ.?

ไปขอ profile การตรวจครรภ์ทั้งหมดที่ผ่านมา จาก รพ.เก่า แล้วเอาไปยื่นที่ รพ.ใหม่ เท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่ต้องตรวจย้อนหลังกันใหม่ (ไม่ต้องเกรงใจหมอ เพราะควรจะเกรงใจลูกเราที่จะเกิดมามากกว่า)

บางคนเชื่อ และฟังมาผิดๆ ว่าผ่าคลอด จะทำให้นมมาช้า ซึ่งเ็ป็นความเชื่อที่ไม่จริง ถ้าเริ่มได้ถูกวิธี ก็ไม่จำเป็นต้องให้ลูกกินนมผสมเหมือนกัน

บางคนประสาทจะกิน เพราะอยากจะให้นมแม่ใจจะขาด แต่พอกลับมาบ้านแบบเก้ๆ กังๆ แล้วลูกก็ร้อง ก็โดนคนที่บ้านด่าอีก หาว่าเลี้ยงลูกไม่เป็น ปล่อยให้หิว
จะบ้ากันไปใหญ่แล้วววววว… เด็กที่ไหนไม่ร้องบ้าง แล้วเด็กที่ไหนมันร้องบอกว่าตรูหิวๆๆๆ จะกินนมๆๆๆ เด็กเค้าสื่อสารไม่ได้ เป็นอะไรก็ร้องไว้ก่อน ไม่ใช่เพราะหิว แต่ดันถูกผู้ใหญ่ทำให้ไขว้เขว เอานมยัดปากทุกครั้งที่ร้องงงงงงงง… น่าสงสารจริงๆ

ถ้านมมาช้า จำเป็นต้องให้นมเสริมมั้ย?

ถ้ามั่นใจว่าทำถูกตั้งแต่ต้น ด้วยการ “ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี” ไม่จำเป็นต้องให้เด็กกินนมอื่นใดเลย พราะบางทีแม่รู้สึกว่านมไม่มา เพราะลองบีบดูแล้วไม่ออก (เพราะบีบไม่เป็น) ถ้ามั่นใจว่าทำถูก ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ให้ต้องปวดหัว เลี้บงลูกให้มีความสุข ทำใจให้สบายๆ ดีกว่า อย่าไปกังวล แล้วธรรมชาติจะจัดการเอง

นมแม่หลัง 6 เดือน หรือ 1 ปี ไม่มีประโยชน์จริงมั้ย?

ก่อนมีลูกไม่เคยได้ยินเลย แล้วก็ไม่เคยสงสัยในประโยชน์ของนมแม่ด้วย เพราะเชื่อในกฏของธรรมชาติ

แต่พอมีลูก ก็งง เพราะมีคนมาพูดใส่หลายคนมากกกกก… ก็ไม่รู้เอาอะไรคิดอีกเหมือนกันนมแม่มันก็ผลิตของมันอยู่ดีๆ
พอผลิตมาครบ 1 ปีปุ๊บมันจะหมดประโยชน์ไปในพริบตาได้เลย? ช่างอัจฉริยะจริงๆ รู้ด้วยว่าจะ shut down ระบบเมื่อทำงานมาครบ 1 ปี

เคยเถียงเหมือนกันนะว่า วัวมันกินแต่หญ้า และเลือกกินเองไม่ได้ แต่คนกินแต่อาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เลือกกินเองได้ ยิ่งให้นมลูก ยิ่งต้องบำรุง
ยังมาเถียงอีกนะว่า วัวเค้าไม่ได้ให้กินแต่หญ้า มีอาหารบำรุงด้วย !! เอวังเลยตรู

ก็ไม่ได้ไปรู้หรอกนะว่าวัวมันกินอะไรเข้าไปบ้าง แต่เราน่ะรู้ว่าเรากินอะไรเข้าไปบ้าง ถูกมั้ยยยยย…
แล้วแต่ละอย่างมันก็ต้องมีประโยชน์กว่าที่วัวกินอยู่แล้ว วัวมันได้กินปลาแซลมอนมั้ย ได้กินผักปลอดสารมั้ย สงสัยจัง

แล้วยังอ่านเจอจากเวป breastfeedingthai.com อีกว่า เวลาเราให้นมลูก เราจะระวังมาก เรื่องการกินยา แต่เราเคยสงสัยในนมวัวบ้างหรือไม่ว่า…
เวลาวัวมันไม่สบาย เค้าให้ยากันอย่างไร มีผลกับน้ำนมมั้ย เด็กกินไปจะเป็นอะไรหรือเปล่า?

ทิ้งไว้ให้เป็นการบ้าน คิดต่อกันเอาเองนะจ๊ะ

บางบ้านอาการหนักถึงขั้นบอกว่า น้ำนมแม่หลัง 1 ปี มีแต่น้ำเหลืองบ้าง ใสบ้าง ไม่มีสารอาหารบ้าง ทำให้แม่ไม่สามารถต้านทานคำพูดกดดันได้ ต้องให้นมวัวในที่สุด เฮ้อ…

ตอนนี้ให้นมแม่กับลูกล้วน มา 1 ปี กับอีก 7 เดือนกว่าแล้ว คนที่ชอบมาพูดใส่หน้าว่านมแม่ไม่มีประโยชน์ก็เลิกพูดแล้ว เพราะเห็นความฉลาดของเจ้าลูกชายแล้ว คงจะปากหนักพูดไม่ออก แอยสะใจเล็กๆเหมือนกัน(เพราะว่าไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย 55) อยากมาพูดดีนัก เชอะ…

ไม่ได้หมายความว่าเด็กกินนมแม่จะฉลาดกว่ากินนมผงนะ อย่าเข้าใจผิด
แต่มันก็พอจะเอามาพูดได้ว่ากินนมแม่แล้วไม่ได้ขาดสารอาหาร ไม่ได้โง่เหมือนที่คนโบราณชอบพูดว่า กินนมแม่เดี๋ยวโง่หมด ประโยชน์สู้นมวัวไม่ได้
ทั้งที่ความจริงสารอาหารที่ปรุงแต่งเพิ่มเข้าไปในนมวัว บางตัวไม่มีประโยชน์ หรือบางตัวมีโทษซะด้วยซ้ำ

ถ้าบ้านไหน ผู้ใหญ่ชอบพูดว่านมแม่กินแล้วไม่มีประโยชน์ กินแล้วไม่ฉลาด ช่วยไปขอหนังสือฟรีมาให้อ่านกันทั่วๆ ด้วยนะจ๊ะ ชื่อหนังสือ “ให้ลูกกินนมกระป๋องแน่ใจหรือ? ขอได้ที่นี่เลยจ่า ฟรีนะจ๊ะ

ขอปิดท้ายด้วยข้อมูล สารอาหารในนมแม่ และ ภูมิคุ้มกันในนมแม่จากเวป breastfeedingthai.com หน่อยค่ะ
ตารางสารอาหารในนมแม่เปรียบเทียบตามระยะเวลา

คราวนี้มาดูในเรื่องของภูมิคุ้มกันบ้าง

ใน ช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด ในนมแม่ที่เราเรียกว่า Colostrum หรือน้ำนมเหลืองนั้น มีปริมาณภูมิคุ้มกันสูงมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ทารกแรกคลอดทุกคนจะต้องได้รับน้ำนมนี้ ในช่วง 1-24 เดือนหลังจากนั้น สัดส่วนของภูมิคุ้มกันจะเปลี่ยนแปลงไป บางตัวลดลง บางตัวเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หายหรือหมดไปเลย

ปริมาณส่วนประกอบของภูมิคุ้มกันในนมแม่เทียบตามระยะเวลา

ขอขอบคุณ ข้อมูลสารอาหารในนมแม่ และ ภูมิคุ้มกันในนมแม่จาก breastfeedingthai.com

Recent Entries

3 Responses to “ถ้าไม่มีนมผสม เราจะไม่มีปัญหากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย (ภาคสอง – เลือก รพ. ฝากครรภ์)”

  1. สุขภาพเด็ก Says:

    เอาจริงๆ นมแม่เป็นนมที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกคน
    นมแม่มีประโยชน์มากกว่านมอื่นๆอยู๋แล้วล่ะ
    เคยได้อ่านมาเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะให้กินนมแม่

  2. สุขภาพเด็ก Says:

    -0- สรุป

    นมแม่ดีที่สุดดดดด

  3. Jan Says:

    ใช่ค่ะ แล้วก็ดีไปนานแสนนานด้วย

    ไม่ใช่แค่ 3 เดือน 6 เดือน แบบที่คนเค้าพูดๆ กัน

Leave a Reply