สารพันปัญหา “นมแม่” ที่คนให้นมแม่ทุกคนต้องเจอ

ให้นมแม่ล้วนมาจนลูก 1 ขวบ 8 เดือนกว่าๆ แล้ว แล้วก็ตั้งใจต่อไปว่าจะให้ให้นานที่สุดด้วย ไม่ใช่แค่เพียง 2 ปี หรือกี่ปี

แต่จะให้จนกว่าต้นหนาวจะบอกลานมแม่เอง ซึ่่งเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด ตามที่หมอสมัยใหม่แนะนำในการที่จะให้ลูกบอกลานมแม่ เพราะนมแม่มีประโยชน์เสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ทั้งในแง่ของสารอาหารที่มากกว่านมใดๆ ในโลก, ทางด้านจิตใจ และทางด้านภูมิคุ้มกัน ที่ไม่สามารถหาจากนมวัวยี่ห้อใด

เชื่อหรือไม่ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ ประเทศไทยจริงอันดับประเทศที่ให้นมแม่น้อยที่สุดในโลก ถ้าไม่มีลูกเองก็คงไม่ได้สนใจกับข้อมูลตรงนี้ แล้วก็คงจะลืมๆ ไป เพราะเข้าใจถึงความสำคัญ เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็ได้หลานๆ ทุกคนกินนมกระป๋องเหมือนกันหมด ทำให้คิดว่า สิ่งเหล่านี้แหละมันคือวิถีปรกติ ของชีวิตเด็กๆ

แต่พอมีลูกเองแล้ว ถึงได้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องปรกติเลย คนไทยถูกปิดหูปิดตามานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เคยได้ฟังรายการหนึ่ง คุณยายท่านนึงโทรมาเล่าว่ารุ่นคุณยาย ยังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กันเยอะมากๆ แต่ว่าเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.251X มองไปทางไหน ก็เห็นแต่เด็กกินนมขวด เด็กคนไหนไม่มีกินถือว่าที่บ้านฐานะยากจน บางคนถึงกับเพียรพยายามเอานมข้นมาชงผสมน้ำให้ลูกกิน โธ่เอ๊ย…มันปรี๊ดมั้ยหล่ะนั่น
สารพันปัญหา

อุปสรรคการให้นมแม่แต่ละ Step และวิธีแก้ไข
1. เริ่มตั้งแต่การเลือก รพ. เลือก รพ.ฝากครรภ์ผิดมีผลให้น้ำนมมาช้า และไม่พอได้ หากแม่ไม่เข้าใจเรื่องนมแม่มากพอ
- แก้ไขได้โดยการฝากครรภ์กับ รพ. สนับสนุนนมแม่ รวมทั้งอ่านหนังสือและบทความเกี่ยวกับนมแม่ให้มากๆ ตั้งแต่ตั้งครรภ์

2. เมื่อคลอดลูกแล้วให้นมแม่ไม่ถูกวิธี คือไม่มีการกระตุ้นที่ถูกต้อง ทำให้แม่คิดไปเองว่านมไม่พอ รวมทั้งถูกกดดันจากคนรอบข้างว่านมไม่พอหรอก ให้กินนมชงเถอะ ลูกโตมาได้เหมือนๆกัน
- แก้ไขได้โดยหมั่นให้ลูกดูดบ่อยๆ ตามหลัก “ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี” เลิกเครียด เลิกสนใจคำพูดคนรอบข้าง ทำจิตใจให้สบาย คิดถึงหลักธรรมชาติว่าลูกคนต้องกินนมคน ไม่เครียดแล้วน้ำนมจะเยอะเอง

3. สมมติว่าผ่านช่วงให้นมแม่มาซักพัก คือ ซัก 3 เดือน หรือบางบ้านอาจะมากน้อยกว่านั้นแตกต่างกันไป เชื่อหรือไม่ว่า จะเริ่มมีผู้หวังดี(ประสงค์ร้ายหรือเปล่าไม่แน่ใจ) จะเริ่มมาพูดว่า ให้กินกล้วยได้แล้วนะ ให้กินข้าว กินฯลฯ ได้แล้ว ให้กินนมแม่อย่างเดียว เดี๋ยวลูกขาดสารอาหารบ้างหล่ะ ไม่โตบ้างหล่ะ
- แก้ไขได้โดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับคนเหล่านั้น หรือก็เออ…ออ ไป แต่ไม่ทำ มีอะไรมั้ย 55 การแพทย์สมัยใหม่แนะนำว่า… ควรให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่ต้องให้น้ำ (เพราะในนมแม่มีน้ำมากกว่า 80%) การที่ให้อาหารอื่นจะไปเบียดพื้นที่กระเพาะเล็กๆ ของเด็ก ทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาสมอง, ร่างกาย ฯลฯ และโปรดทราบว่าสารอาหารในนมแม่ มีมากกว่าในนมผงมากมายหลายชนิด และเหมาะกับการพัฒนาสมองของลูกที่สุด ถ้าอยากให้ลูกฉลาด เลิกใส่ใจกับคำพูดคนรอบข้างซะ!!

4. พอให้นมแม่มาครบ 6 เดือน จะเริ่มมีคำพูดอีกประเภทหนึ่งเข้ามา เช่น นมแม่ไม่มีประโยชน์แล้วนะ ให้ลูกหย่านมหรือยัง ฯลฯ พร้อมทั้งแนะนำวิธีหย่านมที่ไม่เข้าท่ามาให้เสร็จสรรพ
- แก้ไขเหมือนข้างบน คือไม่ต้องสนใจ ฟังๆ พยักหน้าๆ แล้วเดินจากไป 55

5. พอให้นมแม่มาครบ 1 ปี คราวนี้จะมีคนมาหวังดีกันให้ควั่ก ด้วยคำพูดเดิมๆ อีกว่า นมแม่ไม่มีประโยชน์แล้วนะ, หลัง 1 ขวบ นมแม่ไม่มีภูมิต้านทานแล้ว บลาๆๆ
- แก้ไขได้โดยพยายามพูดกับคนเหล่านี้ให้น้อยที่สุด เชื่อมั่นในตัวเอง หรือแกล้งแอ๊บแบ๊ว ถามกลับไปว่า เอ๊…คนกินอาหารมีประโยชน์กว่าวัว ทำไมนมวัวถึงมีประโยชน์มากกว่านมคนได้เนอะ 55 ในความเป็นจริงแล้ว เค้าวิจัยว่า หลัง 1 ขวบนมแม่ยังมีประโยชน์เหมือนเดิม แต่ปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของลูกในแต่ละวัย เด็กจึงพัฒนาการดีสมวัย และที่สำคัญยังเต็มไปด้วยภูมิต้านทานเพราะพิสูจน์มาแล้ว ลูกแทบจะไม่ป่วยเลย

6. พอดันทุรังให้นม แม่มาเกิน 1 ปี ก็จะยังมีคนหวังดีมาคอยสอบถามเรื่อยๆ ว่า “เลิกนมแม่หรือยัง” ผ่านไป 1 เดือน คนเดิมๆ ก็จะวนเวียนมาถามอีกว่า “เลิกนมแม่หรือยัง” ผ่านไปอีก 2 เดือน คนเดิมๆก็จะวนเวียนมาถามอีกว่า “เลิกนมแม่หรือยัง”
- แรกๆ จะตอบว่า… “ยังค่ะ” หลังๆ เริ่มรำคาญ เล่นบทโหด ตอบ… “ไม่เลิกค่ะ” 555 ก็จะรอดูว่าถ้าให้ไปจนลูกเข้า รร. จะมีคนมาถามจนครบร้อยครั้งไหม
——————————————————————————————————-

ปัญหาเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการให้นมแม่

7. หลายคนชอบถามว่า ทำไมไม่ให้ลูกกินนมชง ทำไมไม่ให้ลูกกินยาคูลย์ บางคนถามพร้อมทั้งมองด้วยสายตาหยามเหยียด .. “อี๋ นังงก ไม่ยอมซื้อนมให้ลูกกิน”
- งงเหมือนกัน ทำไมอ่ะ ไม่ให้ลูกกินนมวัวมันผิดมากขนาดนั้นเลยไง้ ก็ไม่ชอบอ่ะ หมอสมัยนี้ไม่มีใครแนะนำให้กินนมวัวกันแล้วอ่ะ แล้วทำไมต้องให้ลูกกินยาคูลท์ด้วยอ่ะ ใครเป็นคนบัญญัติหรอ ว่าเด็กจะต้องกินยาคูลท์ นมพวกนี้น้ำเชื่อมครึ่งนึงแล้วอ่ะ ถ้าจะให้กินนมวัว ก็กินนมสดไปสิ เฮ้อออออ…

8. หลายๆคน ยังบอกอีกว่า… “ลูกเธอฉล้าด ฉลาด ขนาดกินแต่นมแม่นะเนี่ย แล้วทำไมไม่ให้กินนมผงด้วยหล่ะ ถ้ากินนมผงนะป่านนี้ฉลาดกว่านี้อีก”
ก็แล้วทำไมไม่คิดอะไรให้มันง่ายๆ จะคิดให้มันยากทำไมเนอะ ก็ดูสิว่าเด็กคนที่เธอว่ามันฉลาดน่ะ มันกินอะไร ก็ไม่ใช่เพราะนมแม่อย่างเดียวหรอที่ทำให้มันดูมีรังสีออร่าขนาดนี้ แล้วก็ไปดูสักนิดดดดดด…นึง ว่าเด็กที่เธอว่ามันฉลาดน้อยกว่าลูกชั้นน่ะมันกินอะไร เฮ้อ…เจอคนแบบนี้ที่ไรก็ปวดหัว
9. บางคนก็บ้าเข้าไปอีก “ให้นมแม่นานๆ เดี๋ยวลูกก็เป็นลูกแหง่กันพอดี”
- แหม… พูดอย่างนี้อยากเอา Clip หมอสุธีรา ไปเปิดให้ฟังจริงๆ เรื่องเคสคนไข้ของคุณหมอเนี่ย คุณหมอบอกว่า พอถึงเวลาเด็กเค้าจะเริ่มแยกห่างจากแม่เอง โดยความสมัครใจ และวัยของเค้า แต่เด็กสมัยนี้ ถูกบังคับให้จากอกแม่ไปตั้งแต่แรกคลอด เป็นการแยกจากที่ไม่ปรกติ และมีผลกับจิตใจของเด็ก แต่เด็กที่กินนมแม่นานๆ และพร้อมจะแยกจากด้วยตัวเองต่างหากที่ จะมีความสมบูรณ์ทางจิตใจ และมั่นคงทางอารมณ์อย่างแท้จริง
ปิดท้ายด้วย Clip ที่บอกละกันนะ สนใจดูเพิ่ม ดูได้ที่บทความก่อนหน้านี้เลยจ้ะ

Recent Entries

3 Responses to “สารพันปัญหา “นมแม่” ที่คนให้นมแม่ทุกคนต้องเจอ”

  1. พ่อปัน ปัน Says:

    พ่อปัน ปัน เจอกับตัวเองครับ เพราะแม่ปัน ปัน ต้องทำงานทั้งคู่ น้องปัน ปัน เลยไม่ติดที่จะกินนมแม่ ถึง 1 ปี และตอนนี้ก็ยังกินนมชงอยู่ครับ

  2. แม่หว้า Says:

    ขอยกให้แม่น้องต้นหนาว เป็นแม่ต้นแบบ หากทุกคนที่เป็นแม่ทำได้สักครึ่งแม่หว้าเชื่อว่าประชากรในปท.เราในอนาคตจะเป็นคนดีและฉลาดค่ะ
    ขนาดแม่หว้าให้นมลูกตอนนี้ 1 ขวบ 11 เดือนแล้ว แต่กลางวันที่แม่ไปทำงานลูกยังกินนมผงอยู่ค่ะ

    ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่น้องต้นหนาวต่อไป พร้อมกับเป็นแฟนคลับด้วยนะคะ

  3. Jan Says:

    ขอบคุณคุณแม่หว้ามากเลยค่ะ
    อ่านแล้วปลื้มใจจัง

    ดีใจจังท่ี่มีเพื่อนให้ลูกกินนมแม่เพิ่มขึ้นอีกคน เพราะคนรอบข้างแทบจะไม่มีใครให้ลูกกินนมแม่แล้วค่ะ

    ขอเป็นกำลังใจให้เช่นกันค่ะ ^.^

Leave a Reply