บ่นความ – นมแม่ Again (ขออีกสักครั้ง)

เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เกิดอาการอยากเขียนเรื่องนมแม่อีกครั้ง แล้วก็ไม่ว่าง…ไม่ว่าง…ไม่ว่าง

ความอยากเขียนก็เลยหายไป

พร้อมกับได้อ่านข้อความต่างๆ เกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องนมแม่ในทางที่ไม่ถูกต้อง ตามเว็บบอร์ด และ FB สะสมเอาไว้จนอยากหาเวลาเขียนดูซักที

วันนี้ได้อ่านเรื่องที่คุณแม่น้องโอเมก้าเขียนไว้ใน FB มีเรื่องน่ายินดีจนได้ หลังจากที่คุยกันมาพักใหญ่ๆ ก็ทราบว่ากู้น้ำนมแม่สำเร็จ หลังจากหยุดนมแม่ไป ประมาณ 1 ปี

ดีใจด้วย ด้วยใจจริงค่ะ

วันนี้เลยขอหาเวลาเม้าท์เรื่องนมแม่ซักหน่อย

ณ จุดนี้ ถ้าใครเป็นคุณแม่ที่ให้นมอื่น ก็อย่าคิดมาก อะไรผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ
ถ้าเคยให้นมลูกแค่ระยะสั้นๆ ก็อย่าเก็บเอามาเป็นอารมณ์ แต่รู้ไว้เถอะว่า ความรู้ที่ถูกต้องของตัวเองนั้นสามารถช่วยให้แม่รุ่นถัดๆ มาทำสำเร็จได้

หลายคำพูดที่เคยพูดไป อาจจะเป็นที่เคยถามไปว่า “ทำไมถึงเลิกให้นมแม่” จงอย่าแปลความหมายว่า คำว่า “ทำไมถึงเลิกให้นม” เป็นคำว่่า “ไม่ให้นมแม่เพราะไม่รักลูกหรอ?”

มันไม่ใช่ เพราะในหลายๆครั้งที่ได้พูดคุย ได้รับทราบมาว่าหลายๆ คุณแม่ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนมแม่

ถ้าความเข้าใจที่ได้รับข้อมูลมานั้นมันไม่ถูก เรายินดีจะได้ช่วยอธิบายให้

ไม่ได้หมายถึงว่าใครฉลาดกว่าใคร? ok นะ

เราไม่ได้เป็นหมอ ไม่ได้เป็นผู็เชี่ยวชาญพิเศษหรืออะไร

เราเป็นแค่แม่ธรรมดา ที่ผ่านการให้นมแม่มา 3 ปีกว่าๆ ที่เห็นประโยชน์ของนมแม่มาแล้วด้วยตัวเอง

หากใครยังลังเลเรื่องนมแม่ ก็หาข้อมูลอ่านดู ในอินเทอร์เนตมีข้อมูลอยู่มากมายที่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา สิ่งที่เรารู้วันนี้ผ่านไปมันอาจจะผิดก็ได้ แต่ขอให้มันเป็นสิ่งที่จริงที่สุดที่พิสูจน์ได้ ณ ขณะเวลานี้ก็พอ

เรื่องกู้น้ำนม ใครสนใจไปอ่านใน FB “นมแม่” ดูนะคะ หรือใครสงสัยเรื่องนมแม่อื่นๆ ก็ไปโพสถามได้ค่ะ

มีเพื่อนๆ ช่วยกันตอบด้วยใจ ทำด้วยใจกันทั้งนั้น ตอบด้วยความปรารถนาดีจากคนที่ได้เห็นประโยชน์จากการให้นมแม่ด้วยตัวเอง

มาเล่าเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับนมแม่ดีกว่า

เมื่อหลายวันก่อนได้อ่านเจอ ข้อความที่บอกว่าลูกอายุ x เดือน นมน้อยจะเลิกให้นมแม่แล้ว

ด้วยความเป็นห่วง ก็เลยไปตอบประมาณว่า…

“น้ำนมน้อย ลองให้ลูกดูดบ่อยๆ นะคะ แล้วน้ำนมจะกลับมาค่ะ”

เราว่ามันเป็นข้อเท็จจริงนะ แต่กลับโดนด่าว่าเราไปทำร้ายจิตใจ!!!

บอกตามตรงว่า “รู้สึก…โคตร Fail”

แล้วก็มีคนมากันเพียบเลยว่าทางสายกลางๆๆๆๆ

คือเราก็ไม่เคยว่าใคร ถึงขนาดว่าปั๊มไม่ได้ ก็ต้องไปปั๊มมาให้พอกับลูกกินสิ ไม่งั้นจะเป็นแม่ที่ไม่ดี มันไม่ใช่
แค่อยากจะบอกว่าถ้าให้ลูกกินได้ก็ให้กินไปเถอะ ถ้าไปทำงาน ปั๊มได้ก็ปั๊ม

ถ้าไม่เข้าใจวิธีเก็บน้ำนม หรืออะไรยังไง ก็เต็มใจจะอธิบายให้นะคะ

แต่ไม่ใช่ทำงานแล้วปั๊มได้ไม่พอปริมาณที่ลูกกิน แล้วห้ามให้ลูกกินนมผสม นึกออกไหมคะ?

ปั๊มได้เท่าไหนก็กินนมแม่เท่านั้นค่ะ ที่เหลือจะนมอะไรก็สุดแล้วแต่ว่าลูกจะกินอะไรได้

บางทีก็บอก นมไม่พอ นมไม่พอ ไม่เข้าใจรึไง

คือก็เข้าใจค่ะ ก็เลยจะบอกวิธีทำให้น้ำนมเพิ่มขึ้นให้ไงคะ ถ้าทำได้ก็ดีกับลูกของคุณไง มันดีกับชั้นรึก็เปล่า?

ก็เอาเป็นว่าทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ตราบเท่าที่พยายามสุดๆ แล้ว
แต่ขอให้พยายามก่อนดีกว่า ถามจากคนที่เข้าใจถูกต้องก่อนดีกว่า อย่าไปล้อมวงถามกันเอง ตอบกันเองแบบไม่รู้

สุดท้ายแล้วทำไม่ได้คงไม่มีใครใจร้าย มาด่าว่าหรอก ว่าเป็นแม่ที่แย่ …
เพราะการเลี้ยงลูกให้ดี มันมีปัจจัยอื่นอีกที่เราสามารถทุ่มเทให้ได้

เรื่องแบบนี้ว่าไม่ได้หรอก เปลี่ยนความคิดกันไม่ได้ เพราะข้อมูลมันก็มีอยู๋ในอินเทอร์เนตหมดแล้ว แล้วคนที่ถามก็เล่นเนตเป็น อยู่ที่ว่าจะเล่นเพื่อหาข้อมูล หรือความบันเทิงส่วนบุคคล

เราแค่อยากให้ข้อมูล เพราะเผื่อว่า/เค้าอาจจะไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืืออะไร

คนไม่เคยมีลูกป่วยบ่อยๆ คงไม่เข้าใจหรอก (เออ ลูกเราก็ไม่เคยป่วยเป็นอะไรหนักๆ อ่ะนะ พูดเหมือนเข้าใจ)
แต่เรารู้จักหลายคนที่ไม่ได้ให้กินนมแม่ แล้วลูกไม่สบายบ่อย แล้วชอบเป็นอะไรหนักๆ แอดมิทบ้างไรบ้าง
คนที่ลูกเค้าเกิดมาไม่กี่เดือน คงไม่เข้าใจหรอกว่าความทุกข์ของพ่อแม่เวลาลูกไม่สบายหนักถึงขั้นนอน รพ. มันเป็นยังไง

เคยอ่านเจอบ่อยๆ ว่ารู้งี้ให้กินนมแม่นานๆ ก็ดี / รู้งี้ให้กินนมแม่ 6 เดือนก็ดี/ ปีนึงก็ดี

แล้วจะต้องให้เจอซ้ำๆ กันไปอีกถึงเมื่อไหร่ ถึงจะพอ

แล้วทางสายกลางมัน หมายถึงอะไร หรือหมายถึงว่า…

ถ้าคิด(ไปเอง)ว่านมน้อย ก็ควรให้ลูกเลิกนมแม่ได้หรือ?
ถ้าแม่เหนื่อย ก็ควรให้ลูกเลิกนมแม่ได้หรือ?

มีใครคิดมั้ยว่าสายกลางคือ ให้ไปอีกนิด อีกนิด อีกนิด จนกว่าลูกจะแข็งแรงกว่านี้ จนกว่าลูกจะภูมิต้านทานดีกว่านี้

ส่วนใหญ่ที่เจอคือ ทางสายกลางวัดจากความต้องการของแม่ ไม่ได้วัดจากความต้องการของลูกเลย

หาข้อมูลกันนิดนึงได้ไหมคะ ลูกเค้าต้องการไม่มากหรอกค่ะ แค่อย่างน้อย 2 ปี อดทนนิดนึงนะคะ

องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟแนะนำว่า ในกรณีที่คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคขาดสารอาหาร ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่ให้อาหารชนิดอื่น แม้แต่น้ำ(Exclusive Breastfeeding) หลังจากนั้นให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริม ไปจนลูกอายุอย่างน้อย 2 ปี

นี่ก็อีกประเด็นค่ะ คนไทยอ่านหนังสือ “ไม่แตก แม้แต่ภาษาไทย

อย่างน้อย 2 ปี  แปลไทยเป็นไทยอีกที ก็คือว่า มากกว่าหรือน้อยที่สุดคือ 2 ปี นะคะ เพราะฉะนั้น 3 ปี 4 ปี 5 ปี … คืออย่างน้อยสองปีค่ะ

แต่ที่เห็นบ่อยๆ คือ บอกว่านมแม่กินได้แค่ 2 ปีค่ะ

บางคนหนักกว่านั้น ไม่หาข้อมูลเลย บอกว่าหลัง 1 ขวบ หรือหลัง 6 เดือน นมแม่ไม่มีประโยชน์ อันนี้อาการหนักกว่าค่ะ

ปัญหาเรื่องนมแม่นี่มากมายนะคะ จากการที่ให้คำปรึกษาคุณแม่รุ่นน้องมาหลายคน ปัญหาจะซ้ำๆ กันค่ะ

จากการที่อ่านตามเวปบอร์ด และ FB
สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแม่มากๆ

เช่น
- มีประจำเดือนแล้วทำให้นมแม่หมด หรือหด (ไม่จริง)
- เลือดจางทำให้นมไม่พอ
(ไม่จริง)
– หลัง 1 ขวบ นมแม่หมดประโยชน์ (ไม่จริง)
– นมแม่กินได้แค่ 2 ปี (ไม่จริง)
- แม่น้ำหนักน้อยหรือคัพเล็ก ทำให้นมไม่พอ (ไม่จริง)
- ดูดบ่อยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร (ไม่จริง)
- หลังจาก 3-4 เดือนคัพหดลง แปลว่านมไม่พอ (ไม่จริง)
- ควรให้เด็กกินน้ำหลังกินนม (ไม่จริง)
- นมไม่คัด แลว่าน้ำนมกำลังจะหมด
(ไม่จริง)
– ไม่กินน้ำทำให้ตัวเหลือง (ไม่จริง)
ฯลฯ

ปัญหาเกี่ยวกับนมแม่ หรือปัญหาอื่นใด ควรปรึกษาคนที่ผ่านมาแบบทำสำเร็จค่ะ ไม่ใช่ถามใครก็ได้ที่เคยมีลูก Get มั้ยคะ?

คนให้นมแม่และคนที่เข้าใจเรื่องนมแม่ เป็นสับเซตของคนมีลูกนะคะ
เพราะฉะนั้น จะถามเรื่องนมแม่ไปเวปศูนย์นมแม่ค่ะ หรือ FB “นมแม่”
OK เข้าใจตรงกันนะคะ

แล้วก็เลิกไปถามคนข้างบ้านที่มีลูกเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว หรือมีลูกไม่กี่ปี แต่ไม่เคยหาข้อมูลอะไรเลย

มันหมดสมัยแล้วนะคะที่เลี้ยงลูกให้แค่ไม่ตาย โตมาแบบกินอิ่มนอนหลับเท่านั้น

คำพูดทีว่า เลี้ยงจนโตมาได้ดิบได้ดีขนาดนี้ ได้ยินจนร้อง เฮ้อ…
เพราะใครก็ต้องคิดว่าตัวเองได้ดิบได้ดีกันมาทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ได้ดีของแต่ละคนความหมายไม่เหมือนกัน

ยุคนี้ข้อมูลด้านการเลี้ยงลูกคุณภาพมีเยอะแยะมากมายค่ะ ลูกต้องเติบโตมาในยุคสมัยที่มีแต่คนเก่งมากกว่ารุ่นเรานะคะ
เค้าบอกว่าสมัยนี้คนมีลูกน้อยลง ก็เลยอยากเลี้ยงให้มีคุณภาพกันค่ะ ไม่ได้แค่ให้รอดไปวันๆ เหมือนสมัยก่อน ที่มีลูกกันเยอะๆ เลยไม่ค่อยมีเวลาให้

อีกนิดนะคะ หลายๆ คนที่ให้ลูกเลิกนมแม่เพราะคิดว่าหมดประโยชน์แล้ว หรืออะไรก็แล้วแต่

ได้เทสหรือยังคะ ว่าลูกคุณแพ้นมวัวหรือเปล่า?

เพราะเราเคยเจอหลายคน ให้ลูกเลิกนมแม่แล้ว มารู้ทีหลังว่าลูกแพ้นมวัว!!! ตึ่งโป๊ะ !!!

ความซวยบังเกิดเลยค่ะ ทำไงดี นมแม่ก็ไม่มีแล้ว นมวัวก็กินไม่ได้ ทำไงดีี ทำไงดีี ทำไงดีี…

ไม่ต้องพูดถึงว่าทำไม ไม่กู้น้ำนม เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินเรื่องกู้น้ำนมค่ะ

หรือหลายๆคน เข้าใจผิดว่านมตัวเองน้อย กู้ไ่ม่ได้

หรือคิดไปเองว่ากู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะนมแม่ไม่มีประโยชน์แล้ว!

หรือหนักว่านั้น หลายคนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอาการต่างๆ ที่ลูกเป็นนั้น ไม่ได้มาจากการแพ้นมวัว ไม่เคยได้ยินเรื่องการแพ่นมวัวเลยด้วยซ้ำ ก็เลยให้กินไปเรื่อยๆ

บางคนก็บอกว่า แพ้ก็กินไปจนกว่าจะชนะก็มี เป็นงั้นไป

นี่แพ้อาหารนะคะ ไม่ใช่แข่งกีฬา ซ้อมกินทุกวันแล้วจะได้ชนะ O_o

อยากบ่นอะไรมากมาย แต่นึกไม่ค่อยออก

สุดท้าย อยากบอกว่า นมแม่มันไม่ใช่แค่เืรื่องของกระแส บางทีได้ยินคนบอกว่า เดี๋ยวนี้กระแสนมแม่มาแรง คนเลยเห่อให้นมแม่กันเยอะแยะ

จริงๆ แล้วคนให้นมแม่ยังเป็นชนกลุ่มน้อยอยู๋ในสังคมไทยนะคะ เทียบไม่ได้กับกลุ่มคนให้นมผสม

และที่เราเองให้นมแม่ ก็ไม่ใช่เพราะเห่อกระแส ไม่ใช่เพราะเชื่อหมอ(เพราะก่อนจะได้หมอเด็กมา เราก็เลือกอย่างดีที่สุด ไม่ใช่ได้หมอคนไหนมา ก็ฟังก็เชื่อไปหมด) แต่เราศึกษาหาข้อมูล และคิดด้วยสมองของเราเองนี่แหละว่า สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมามันย่อมดีที่สุด

และแม่ที่ให้นมผสมก็ อย่าน้อยใจไปว่า ตัวเองโดนถามอยู่ฝ่ายเดียวว่า … “ทำไมไม่ให้นมแม่”

เราให้นมแม่ล้วนมา 3 ปี และให้นมแม่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก็ 3 ปี 4 เดือนกว่าๆ แล้ว
เราก็โดนอะไรมาเยอะเหมือนกัน ต้องต่อสู้กับคำว่า … “นมแม่ไม่มีประประโยชน์” มานับครั้งไม่ถ้วน

โดนมองด้วยสายตาเหยียดหยาม โดนมองว่างก(ที่ไม่ให้ลูกกินนมผสม/นมวัว) และอีกมากมาย
แต่เราก็สู้มา 3 ปีกว่าแล้วหล่ะ ^.^

และจะสู้ต่อไป จนกว่าลูกจะบอกลานมแม่ไปเอง
สู้ๆ นะ ทุกคน ขอให้ประสบความสำเร็จ
!!!

ขอเอารูปเก่ามาประกอบละกันนะคะ ^^

ต้นหนาวลง Mother & Care

Recent Entries

Leave a Reply