หนีน้ำท่วม-กลับบ้านแล้วจ้า

ขอบันทึกไว้ซักหน่อย เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เปิดคอม

น้ำเริ่มท่วมถนนนอกหมู่บ้าน เลยอพยพ ออกจากบ้าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ตค. 2554 ไปอยู่งามวงศ์วาน

สถานการณ์เริ่มไม่ดี เลยบ้านไปชลบุรี คืนวันที่ 27 ตค. 2554

อยู่ชลบุรีเกือบๆ 1 เดือน กลับเข้ากรุงเทพ

และได้กลับบ้านวันที่ 25 ธค. 2554

เป็นการพาลูกเที่ยวที่ยาวนานมาก ต้นหนาวไปอยู่ชลบุรี เที่ยวเขาเขียวตั้ง 3 รอบ จนจำทางได้เลย ฮ่าๆๆๆ

แล้วได้เปิดคอมจะมาอัพรูปอีกที

——————————————-

เรื่องขำๆ(รึเปล่า) ระหว่างหนีน้ำท่วม ก๊อบมาจาก FB

23/11/2011

ความคิดเด็ก 3 ขวบบบบ…

แม่บอกให้เอาของไปเก็บ…
ลูก : “ต้นหนาวไม่มีมือ”

แม่บอกเดินเอง…
ลูก : “ต้นหนาวไม่มีขา”

แม่บอกให้นอน…
ลูก : “ต้นหนาวไม่มีตัว นอนไม่ได้”

!?!?!!?!

26/11/2011

ต้นหนาวเล่นเป็นวอลรัส….
เล่นไปพูดไป “ขี้เกียจดีกว่าจะได้มีขน(จะได้เป็นวอลรัส) ขี้เกียจตัวมีขน”
กร๊ากกกๆๆๆ

5/12/2011

ตื่นมาขอกินนมถั่วเหลืองก่อนเลย
แล้วออกไปกินไข่สองฟอง ขนมปังปิ้ง ฯลฯ

กลับมาขอกินนมหม่าม้า
กินเสร็จขอกินนมถั่วเหลืองอีกละ

หม่าม้าบอก “ให้มันย่อยก่อนเถอะลูก”
ต้นหนาวบอก “หิว ๆ ๆ ๆ ต้นหนาวหิวววว”

หิวกะตะกละเหมือนกันมั้ย??

5/12/2011

ความกวงติง ของลูก

เรื่องที่ 1

ไม่ได้นอนกลางวันมาสามวัน วันนี้เลยพานอนตั้งแต่สองทุ่ม ก่อนนอนถามหม่าม้าว่า … “อันนี้ใช่นอนกลางวันป่าว?

แปลว่าอีก 1 ชม. จะตื่นชิมิ !!!

เรื่องที่ 2

วันนี้ไปวิ่งเล่นกัาเพื่อน เพื่อนถือตุ๊กตาหมามาด้วย ต้นหนาวขอเล่น พอแม่ตัวเองและแม่เพื่อนเผลอ
รีบวิ่งเอาหมาเพื่อนไปวางบนกองอุนจิหมา
หม่าม้ารีบวิ่งตามไปบอก “อย่าๆๆๆ” ต้นหนาวยิ่งรีบวิ่งใหญ่

เซ็งงงงงง … อย่า…ไม่ได้แปลว่าให้รีบทำนะเว่ยเฮ่ย

6/12/2011

ภาษาไทย(ตรงข้าม)วันละ 2 คำ

1.
หม่าม้า “เดี๋ยววันนี้จะพาไปกินข้าวข้างนอกน้าาา”
ต้นหนาว “ไม่เอาจะกินข้าวข้างใน”
?!???!!!

2.
หม่าม้า “เดี๋ยวนี้เรื่องเยอะอ่ะ ดาราดัง”
ต้นหนาว “ดาราเบา”
?!!?!!!
มุขอะไรของเค้าฟะ ดาราเบา งงตั้งนาน ฮ่าๆๆๆ

6/12/2011

ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ไปมาตอนกลางวัน

หม่าม้าสั่ง “ไก่ผัดเม็ดมะม่วง”
ต้นหนาว “ไม่ใช่… เอาแกะผัดเม็ดมะม่วง เอาหอมหญ่ายยยย”
หม่าม้าสั่ง “ปลาทอดคลุกงา”
ต้นหนาว “ไม่ช่ายยยย ปลาทอดคลุกงวง”

เหยยย….

12/12/2011

เหตุเกิดที่ Supermarket แห่งหนึ่ง (10/12/2011)

พาต้นหนาวไปซื้อปลา หน้าโซนปลามีแผงอลูนิเนียมเล็กๆ เขียนว่า …
“กรุณาอย่านั่ง”
ต้นหนาวทำท่าจะปีนแล้วบอก “ต้นหนาวอยากขึ้นไปยืน”
หม่าม้าชี้ไปแล้วบอกว่า… “เค้าเขียนว่า กรุณาอย่ายืน นะลูก”

.
.
.
.
ต้นหนาวบอกว่า… “ต้นหนาวไม่ช่ายกรุณา ต้นหนาวยืนด๊ายยยยย”

ตึ่งโป๊ะ !??!????
ยืนขำเป็นบ้าเป็นบออยู่ตรงนั้นเลยตรู

21/12/2011

เด็กคนนึงไม่ยอมนอน
ร้องเพลงแมลงตัวนั้นตัวนี้มีเยอะมากมาย บลาๆๆ
elephant elephant คือช้าง
dragon fly dragon fly คือแมลงปอ
.
.
.
golden fish golden fish คือปลา(ปลาชุบแป้งทอด)
ร้องไปร้องมา เข้าของกินได้ไงเนี่ยยย…

22/12/2011

งอนลูก ไม่พูดกะลูก นอนเล่นบนเตียง
.
.
ลิงก็มาเดินวนเวียน ข้ามไปข้าม เอาหัวมาซบ เอานิทานมาให้
ทำเป็นถาม ชอบเรื่องนี้มั้ย…
ต้นหนาวขอโทษคับ อย่าทำหน้าเศร้าสิ หม่าม้าได้ยินมั้ย ทำไมไม่ตอบ หม่าม้าตื่นสิ หม่าม้าตื่นยัง บลาๆๆ
แล้วก็มาฉุดแขน
ฮ่วย.. ไม่ได้หลับเว้ย งอนอ่ะ รู้จ้กแมะ !!!!!

23/12/2011

หม่าม้ากำลังเก็บของกิน แครกเกอร์(ที่คนอื่นให้ต้นหนาวมา) ฯลฯ ใส่ถุง
เก็บไปป่าป๊าก็บอกไป ว่าอาม่าอยากมาช่วยขัดบ้าน บลาๆๆ

เด็กเข้าใจผิด นึกว่าจะเอาของกินให้อาม่า มานั่งอาลัยอาวรคุ้ยถุง ทำหน้าเศร้าๆ
แล้วบอกว่า “อาม่าเอาไปหมดเลย ทั้งเผ็ด ทั้งหวาน อาม่าเอาหมดเลย”

กร๊ากกก…

23/12/2011

ต้นหนาว งอแง บอก… “จะไปหาป้ารัตน์” (คนข้างห้อง)
หม่าม้า : “ดึกแล้ว ไปทำอะไรลูก”
ต้นหนาว : “จะไปตดใส่ป้ารัตน์”

!!!!!!???

29/12/2011

ตอนนี้ต้นหนาวรู้แล้วว่าภาษาประหลาดๆ ที่ได้ยินมันเรียกภาษาอังกฤษ
วันนี้จะพาต้นหนาวไปกินข้าว เลยบอกว่าวันนี้จะไปกินกับคนที่พูดไทยไม่ได้ ต้นหนาวต้องพูดภาษาอังกฤษกับเค้าเท่านั้นนะ
ให้ซ้อมก่อน
ยี่ห้อต้นหนาวสบายอยู่แล้ว
ต้นหนาวบอก “แอปเปิ้ล บาน้าน่า อิเล้ฟเฟ่น ไท้เกอร์… บลาๆๆ”
ฮ่าๆๆ

เลยถามต้นหนาวว่ากี่ขวบแล้ว
ต้นหนาวบอก “วันนี้ 5 ขวบแล้ว เมื่อวาน 4 ขวบ”
หม่าม้า “งั้นถ้ามีคนถามว่า how old are you? ต้องตอบ 5 years นะ เอ้า…how old are you?”
ต้นหนาว ” ไฟฟ์ ขวบ !!!

30/12/2011

วันนี้เอาอีกแล้ว พาต้นหนาวไป ikea
ไปเล่นกับเด็กฝรั่ง
หม่าม้าเลยแซวว่าคุยกันรู้เรื่องมั้ย ยังไม่ได้พูดอะไรต่อ
ต้นหนาวบอก “แอ๊ปเปิ้ล อิเลฟเฟ่น”
ฝรั่งจะงงมั้ย???

January 6th, 2012 by Jan | No Comments »

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า อัพซักหน่อย

( เขียนไว้ก่อนหนีน้ำท่วม )

ช่วงนี้ So Busy สุดๆ เจ้าลูกชาย ที่แม่ชักสงสัยว่ามันเป็นลูกคนหรือโรบอทกันแน่
เพราะเล่นไม่นอนเลยก็อยู่ได้ อยู่ทนอยู่นาน ม้ากกกกกกก…

มีคนบอกให้นอนตื่นเช้าหน่อย ก็พยายามให้เค้าตื่นเช้าขึ้น 2-3 วันแรกก็นอนกลางวันดีหรอก สงสัยเพราะตื่นผิดเวลาแล้วเพลีย

ผ่านไปไม่กี่วันเอาอีกแล้ว ตื่นเช้าแค่ไหน ก็ไม่นอนกลางวันได้อ่ะ Amazing!!!

ช่วงนี้ไม่ว่างอัพอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เอาเป็นว่าตั้งแต่ต้นหนาวรู้จักพิพิธภัณฑ์(ไดโนเสาร์) คลอง 5 ต้นหนาวไปมา 3 รอบแล้วหล่ะ ภายใน 1-2 เดือนเนี่ย ชอบจริงจังมาก

ครั้งที่ 3 ที่ไป เจอกรุ๊ปมาทัศนศึกษาด้วยเป็นผู้ใหญ่ หัวหน้านำทัวร์ที่เป็นเจ้าหน้าที่เข้ามาทักต้นหนาวใหญ่เลย เพราะจำได้ตอนไปหนแรก มาคุยด้วยแล้วต้นหนาวคุยเก่ง รู้จักไดโนเสาร์ด้วย เลยประทับใจขอถ่ายรูปคู่อีกต่างหาก พอไปครั้งที่ 3 เลยเข้ามาทัก แหม…จำชื่อต้นหนาวได้ด้วยอ่ะ ปลื้มมมมม…

อันนี้ด้านหน้าอัพเพิ่ม รูปไปเที่ยวรอบ 2 อีกรอบ เพราะมีปาป๊าถ่ายรูปให้
ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5
ถึงจะไปรอบ 2 ก็ยังคงสนุกเหมือนเดิม จริงๆ ไปรอบ 3 ก็ยังสนุกมากนะ แต่ไม่ยอมเข้าห้องที่มีไดโนเสาร์ขยับได้อ่ะต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

ดูอะไรกัน จำไม่ได้แล้ว
ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

ห้องนี้ต้นหนาวชอบมากเหมือนกัน
จำได้ด้วยว่า วิ่งไปทางนี้จะเจอห้องที่มีไข่ไดโนเสาร์ ไปถึงก็จะยืนพิจารณาใหญ่เลย ให้อุ้มดูให้ชัดๆ ด้วย

ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

ซากฟอสซิลจำลอง ดูเหมือนจริงดีนะ
ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

อันนี้ชั้นล่างสุด ทางออกไปจะเจอลานน้ำพุ กับสวนจระเข้ ร่มรื่นๆ

ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

ชั้นล่างเป็นโซนเด็ก จะมีพื้นที่ให้เด็กๆ นั่งระบายสีไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ
ต้นหนาวไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์คลอง 5

ปิดท้ายด้วยคลิปไดโนเสาร์แบบขยับได้(เหมือนจริงมากๆ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติธรณีวิทยา คลอง 5)
ยาวๆ หน่อยดีกว่า คราวนี้เอากล้องคอมแพคไป ถ่ายชัดหน่อย

จบแล้วจ้ะเรื่องไดโนเสาร์ มาต่อด้วยเรื่องต่างๆ ในเดือนสองเดือนที่ผ่านมากันดีกว่า

เรื่องสดๆ วันนี้เลย

5 ตุลา 54

ต้นหนาวได้ยินเสียงรถหน้าบ้านบอก…
“น้าเบนซ์ไม่อยู่บ้าน น้าเบนซ์ไปทำงาน ไปทำงานที่บริษัท แต่ไม่ใช่ที่บริษัทเดียวกับปาป๊านะ”

หม่าม้าเลยถามว่าแล้วทำที่ไหน ต้นหนาวก็เลยเล่ายาวเลย (ต้นหนาวเข้าใจว่า…บริษัทมันมีสัตว์เยอะๆ แบบเขาดิน เขาเขียว อะไรแบบนี้หล่ะค่าาาาา กร๊ากกกกกกก)

—————————————————

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือน 12 วัน เล่านิทานเรื่อง “ใครนะจะเก็บได้”

แบบว่าแม่ชอบอ่ะ ตลก น่ารัก เป็นธรรมชาติดี
ไม่ได้ท่องเนื้อเรื่องจากหนังสือ แต่เล่าจากความเข้าใจของตัวเอง แถมมีเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้เค้าบางตอนด้วยแน่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

ลองฟังกันดูนะ

—————————————————

11 กันยา 54

พาต้นหนาวไปหาหมอฟันเชื่อเชคฟัน
เสียงเด็กร้องไห้(แหกปาก)ดังม้ากกกกกกกก
ในใจคิด เอาแล้วๆ ลูกได้ยิน แล้วจะกลัวมั้ยเนี่ย จะยอมให้ตรวจมั้ยอะไรมั้ย จะร้องมากมั้ย ???
พอถึงคิว…
คุณหมอตรวจไปก็พูดไป เดี๋ยวคุณหมอจะเคลือบฟลูออไรด์ น้องจะร้องหน่อยนะคะ
ฟันสะอาดดี แปรงฟันได้ดี ฟันสวย บลาๆๆๆ

บอกให้อ้าปาก ต้นหนาวก็อ้าาาา….
เคลือบฟลูออไรด์ก็อ้าาาาาาาา….
อ๊าว…เสร็จละ ยังไม่ทันได้ร้องเลยอ่า 5555555

ต้นหนาวขี่เครื่องบินระหว่างรอทำฟัน

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

—————————————————

16 กันยา 54

เล่นชี้รูปสัตว์ แล้วให้ลูกทายเสียงร้อง

หม่าม้า : ชี้ม้า
ต้นหนาว : ฮี้ๆๆ
หม่าม้า : ชี้แพะ
ต้นหนาว : แบะๆๆๆ
หม่าม้า : ชี้เป็ด
ต้นหนาว : แควกๆๆๆ
หม่าม้า : ชี้กระต่าย
ต้นหนาว : แรบบิท บิด บิด บิด
?!?!!??!

—————————————————

29 กันยา 54

วันนี้ตอนว่ายน้ำ ต้นหนาว(2 ขวบ 10 เดือนกว่า)
เอาช้างที่ฉีดน้ำได้ไปด้วย
เล่นไปแป๊บเดียวมีพี่มาว่ายด้วย
“ต้นหนาว ขอเล่นช้างหน่อยสิ”
ต้นหนาวก็ส่งให้ (ไม่เคยหวงอะไรเล้ยยย 55)
แต่พอต้นหนาวอยากเล่นบ้าง ขอคืนเท่าไหร่พี่ก็ไม่ให้
พอพี่เล่นเบื่อเอามาคืน ได้แตะช้างไม่ถึงนาที อีกคนมาขออีก ต้นหนาวก็ให้อีก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เล่นไม่คืนยอมคืนอีก
พอเค้าให้คืนมา… พี่คนเดิมก็มาขอไปอีก ต้นหนาวก็อดเล่นอีก
พอพี่คนเดิมมาคืน พี่คนใหม่ก็มาขออีก ต้นหนาวก็อดเล่นอีก ใครขออะไรให้หมดเลยอ่าาาา
หม่าม้าคอยดูลูกจะทำยังไง ใครขอก็ให้ถึงแม้ตัวเองจะอยากเล่น รอคอยมาหลายวันที่จะเอาพี่ช้างมาลงสระว่ายน้ำ แต่ก็ให้คนอื่นตลอดแล้วไม่งอแงด้วย
มีการบอกหม่าม้าด้วยนะ ว่า … “เราไปเล่นลูกบอลกันเถอะ ไม่มีใครเล่นนะหม่าม้า”
ชื่นใจในพฤติกรรมของลูกจริงๆ

—————————————————

1 ตุลา 54

พาลูกไปตรวจตา เพราะสังเกตตาลูกแปลกๆมานาน ตัวลูกตาส่อน
ไปแล้วผลออกมาปกติ สบายใจสุดๆ
แถมลูกชอบ รพ. อีกตะหาก ไปถึงไปขอวิตามินซีพยาบาลใหญ่เลย
ตอนถ่ายรูปทำประวัติ ก็เล่นกับพยาบาล
เข้าไปรอหมอ ก็เล่นกับพยาบาล
คุณหมอตรวจก็ให้ความร่วมมือดีมากกกกกกกก

ให้ดูกล้องก็ดู คุณหมอบอกให้ดูว่ามียีราฟมั้ย
ต้นหนาวบอก … “ต้นหนาวชอบช้าง”
ดูไปนับช้างไป พยาบาลถามมีกี่ตัว บอก “4 ตัว”
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ไม่รู้ชอบ รพ. หรือวิตามินซีกันเนี่ย

กิจกรรมของต้นหนาว

วิ่งวุ่นวายแถวๆ แผนกตานี่แหละ พยาบาลก็น่ารักนะ เล่นกันต้นหนาวกันใหญ่ ฮ่าๆๆๆๆ
กิจกรรมของต้นหนาว

—————————————————

หมดเรื่องฮาๆ ต๊องๆ มาดูรูปกันต่อ

ช่วงนี้จะพยายามไม่สอนอะไรเค้าเลย เพราะหลังๆ มาจะเห็นจินตนาการของเค้าเยอะมาก เลยไม่ค่อยอยากจะตีกรอบอะไร
จะเน้นอ่านนิทานให้หลากหลาย ให้เค้ารู้จักหลายๆ อย่าง แล้วปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง

บ่อยครั้งที่เราได้เห็น ได้ฟังอะไรที่เหนือความคาดหมายจากลูก

ลูกชอบเอานิทานหลายๆ เรื่องมาปะติดปะต่อกัน แล้วเล่าให้ฟัง

บางทีก็เล่านิทานเรื่องนู้นนี้ได้เป็นธรรมชาติมากๆ

หลายครั้งที่พาไปร้านหนังสือ แล้วเค้าเจอหนังสือที่น่าสนใจ เค้าก็จะขอให้อ่านให้ฟัง อ่านให้ฟังแค่รอบเดียว ก็จำรายละเอียดได้แทบทั้งเรื่อง แล้วเอากลับมาเล่าให้หม่าม้า ปาป๊าฟังที่บ้านต่อได้

—————————————————

อันนี้เป็นรูปที่ต้นหนาว ได้ปลามาจาก Siam Ocean World
(อ่อ… ลืมบอกไปต้นหนาวไป Siam Ocean World มา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกดูตื่นเต้นมาก แต่ครั้งที่ 2 ดูเฉยๆ อาจจะเพราะพาไปพิพิธภัณฑ์มาหลายหนแล้ว)

พอได้มา ต้นหนาวไปเปิดหนังสือเจอมีรูปทะเล เอาปลามาวางๆ ปม่าม้าถามว่าทำอะไร เค้าบอก… “เอาปลามาว่ายน้ำ”

บอกขนาดนี้หม่าม้ายังไม่เห็นเลยอ่ะว่าน้ำอยู่ตรงไหน ต้นหนาวต้องชี้ให้ดู ฮ่าๆๆๆๆๆ

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

อันนี้เป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่เพิ่งผ่านไป จะทำหลายทีแล้ว ไม่ได้ทำซักที คือปลูกต้นถั่วเขียวต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

สูงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เอายีราฟมาวัดความยาวซักหน่อย

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

ไม่กี่วันก็ได้ต้นสูงขนาดนี้เลยน้าาาาาาาา ตอนนี้เอาลงดินไปแล้วจ้ะ ไม่รู้จะรอดมั้ย
ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

กิจกรรมต่อไปคือ ลองปลูกถั่วแดง บอกตามตรงว่าหม่าม้าก็ไม่เคยลองเหมือนกันแหละ แต่อ่านเจอ ก็เลยลองทำดูไม่แน่ใจว่าจะงอกมั้ย เลยทำแต่น้อยก่อน
ปรากฎว่าตอนนี้งอกแล้วจ้า

หลังจากที่งอกออกมาคราวแรก โดนเด็กดึงรากออก เพราะงงๆ ว่าอะไรโผล่ออกมาจากถั่วแดง ไม่เคยเห็น

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

ประมาณปลายเดือนกันยา เราไปเที่ยวจามจุรี แสควร์กัน (บ้านนอกเข้ากรุง นานๆ ที)

ไปเพราะว่า ตั้งใจจะไปร้านหนังสือนานมี บุคส์

กิจกรรมของต้นหนาว

ได้หนังสือใหม่มาประมาณ 10-11 เล่ม

กิจกรรมของต้นหนาว
เลือกหนังสือเสร็จก็ไปต่อกันที่พื้นที่ด้านบนของ อพวช. ก็ ok นะ แต่ที่คลอง 5 ดูดีกว่าเยอะ อิอิ

กิจกรรมของต้นหนาว
เล่นนู่นนี่นั่น จนง่วง แต่ก็ไม่นอนนะ บอกแล้ว รุ่นนี้แบตฯ ทน

กิจกรรมของต้นหนาว

พอเจออันนี้ตั้งใจเรียงมากเลย ชอบภาพแบบนี้จัง
กิจกรรมของต้นหนาว
———————————————————————

อันนี้เป็นแมวคิตตี้สีเหลือง คุณอาแถวบ้านเอามาให้ เพราะต้นหนาวชอบแมวมากกกก
ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

———————————————————————

อันนี้เป็นที่พักรอปาป๊าที่ไหม่ เวลาหม่าม้าพาต้นหนาวออกไปทำกิจกรรมข้างนอก หรือ กินข้าว ซื้อของ
ชอบมากนะเนี่ย แถมติดใจพี่เด็กอนุบาลแถวนั้นอีก

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า
ตอนนี้หม่าม้าดีใจมากที่ต้นหนาวเป็นเด็กที่ ชอบเล่นกับคนอื่น
ไม่ติดหม่าม้า จนใครๆ เอาไปว่าได้อีกแล้ว
แถมไปไหนก็คุยเก่ง มนุษย์สัมพันธ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครเห็นใครชม แถมชมลามมาถึงหม่าม้าด้วยนะ ปลื้มจริงๆ
(ก็บอกแล้วว่าเด็กน่ะ ให้ถึงเวลาเค้าจะห่างเราไปทีละนิดเอง ไม่ต้องไปรีบยัดเยียดให้เค้าไปอยู่กับใครก็ได้หรอก แค่ให้เค้ามั่นคงทางจิตใจ เค้าก็จะห่างได้เอง ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับอายุเค้า)

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

อันนี้ก็ชอบ เอารถมาขึ้นๆ ลงๆ จอดๆ โอ๊ยสารพัดจะครีเอท เนื้อเรื่อง
เล่าเป็นนิทาน เล่าไปเล่ามา ไปถึงเชียงรายนู่นแน่ะ ตลกดี

กิจกรรมของต้นหนาว

————————————————————————-

อยู่ดีๆ วันนึงต้นหนาวก็อยากให้หม่าม้าพับกระดาษเป็นไดโนเสาร์ให้ เอาหล่ะสิ พับอย่างอื่นน่ะพอได้ ที่บ้านมีหนังสือบอกอยู่ แต่พับไดโนเสาร์ มันยากนะ จะหาตัวอย่างจากที่ไหน
โชคดีที่โลกนี้มี FB ถามปุ๊บก็มีเพื่อนใจดีชี้ทางสว่างปั๊บเลย

ถ้าใครสนใจ ไปดูกันที่นี่นะ

พับเสร็จแล้วออกมาเป็นแบบนี้แหละ เอามาเล่นเป็นเพื่อนกะพี่บาร์นี่ซะเลย เล่นไปเล่านิทานไป ร้องละครเพลงไป มีความสุขจริงๆ อ่ะเด็กเนี่ย

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า
ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า
ต้นหนาวเป็นเด็กชอบอ่านนิทาน อ่านเองจากที่จำได้ที่ปาป๊าหม่า้มาเล่าให้ฟังบ้าง
เปิดหนังสือแล้วเล่าเองตามจินตนาการบ้าง

วันนึงไปรื้อชั้นหนังสือเจอ หนังสือเชาว์ ที่หม่าม้าซื้อเก็บไว้นานละ

อู๊ยยยยย เปิดไปหน้าที่มีของร้อนๆ เย็น มาถามใหญ่เลย…
หม่าม้ารู้ไหม อันไหนร้อน
หม่าม้ารู้ไหม อันไหนเย็น
หม่าม้ารู้ไหม อันไหน..นู่น..นี่..นั่น

เอิ๊กกกกกกกกกกก

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

อันนี้ตอนที่บอกว่าอยากเป็นแมว
ส่องกระจกดูตัวเองแล้วบอกว่า

“เหมือนแมวจริงๆ ด้วย”

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

อันนี้ต้นหนาวเรียงขึ้นมาเอง หลังจากที่ให้หม่าม้ารื้อออกจากกล่อง
หม่าม้ากำลังวุ่นวายอยู่ หันไปอีกที … เรียงสวยดี เลยถ่ายเก็บไว้ ฮ่าๆๆๆ

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

อันนี้เป็นรูปที่วาดเล่นกะลูก เดือนก่อนมั้ง ไม่ค่อยสวยหรอก วาดกันเล่นๆ เพราะลองใช้สีฟิงเกอร์เพนท์แล้วมันไม่สวย เลยเอาสีไม้มาวาดแทนลายนิ้วมือ ฮ่าๆๆๆๆ

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

ปิดท้ายรูปที่ไป รร. พ่อแม่ ที่ เสถียรฯ เมื่อเดือนก่อนนะ

ไปถึงก็เล่นสิ่งนี้ สมมติว่าทำอาหาร(มั้ง) เล่นใหญ่เลย เล่นได้ตั้งนาน

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

ตั้งใจทำมากมายนะเนี่ย

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

แม่ชีศํนสนีย์บอกว่าเด็กคนไหนอยากได้กล้วย ให้ไปต่อแถว

พอได้ยินคำว่ากล้วยนั่นแหละ ไปเลย พอไปใกล้ๆ อดใจไม่ไหว จับกล้วยใหญ่เลยตลกอ่ะ

พอกินเสร็จมาถามหม่าม้าว่า … “หม่าม้าค้าบ กล้วยต้นหนาวกินอีกได้มั้ยค้าบบบบบ”
ฮ่าๆๆๆๆๆ ท่าทางอร่อยจริงง่ะ
เลยบอกว่าต้นหนาวลองเดินไปถามคุณยายดูสิลูก ว่าได้มั้ย?
ต้นหนาวรีบเดินเข้าไปใหญ่เลย แต่คุณยายไม่ได้ยิน เพราะกำลังคุยกับคนอื่นอยู่
ต้นหนาวยืนรอ ลูบๆ คลำๆ กล้วยของคุณยาย แล้วก็บอก “คุณยายค้าบ กล้วยต้นหนาวกินอีกได้มั้ยค้าบบบบบ”
ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

พอกินเสร็จคุณยายก็บอกให้ช่วยกันเก็บเศษใบไม้ลงตะกร้า ทำประโยชน์
ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

จบแล้วจ้า

ช่วงนี้ที่ Foture รังสิตมีงาน “ตะลุยโลกล้านปี” วันที่ 5-16 ตุลา 54
ลูกหลานใครชอบไดโนเสาร์พาไปดูกันได้นะ

ต้นหนาว 2 ขวบ 10 เดือนกว่า

October 6th, 2011 by Jan | 2 Comments »

ต้นหนาว & หม่าม้า สัมภาษณ์เรื่องนมแม่ลง Mother & Care

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างอัพบล็อกเท่าไหร่

แวะมาบอกว่า ต้นหนาว & หม่าม้าได้ สัมภาษณ์เรื่องนมแม่ ลง หนังสือ Mother & Care ฉบับเดือน ตุลาคม 2554″

ใครสนใจเรื่องนมแม่ ไปตามหามาอ่านกันได้ ฉบับนี้มีเนื้อหาเรื่องนมแม่เยอะมาก

ใครมีเพื่อนท้อง แนะนำให้ไปหาความรู้ก่อนคลอดจะดีมากค่ะ

รู้แล้วรีบไปซื้อกันเลยนะ เพราะเดี๋ยวเราไปเหมาหมดแล้วจะอดซื้อ ฮ่าๆๆๆ

ต้นหนาวลง Mother & Care

หน้าปกคุณแม่รี่ อึ้งรังสี ค่ะ สวยมากๆ
ต้นหนาวลง Mother & Care

October 3rd, 2011 by Jan | No Comments »

หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ.2551 ปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (MILK CODE หรือโค้ดนม)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วน และรูปภาพประกอบ  FB : นมแม่ ค่ะ

(ข้อเท็จจริงมาจากเวปไซต์นมแม่ ส่วนอื่นๆ เป้นความเห้นส่วนตัวประกอบเข้าไปค่ะ)

หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ.2551

ปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (MILK CODE หรือโค้ดนม) ระบุดังนี้

1) ห้าโฆษณาประชาสัมพันธ์อาหารทารกและเด็กเล็ก
2) ห้ามแจกตัวอย่างสินค้าและของขวัญฟรีแก่แม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม
3) ห้ามพนักงานการตลาดติดต่อหญิงตั้งครรภ์ แม่ และครอบครัว
4) ห้ามใช้สถานบริการสาธารณสุขเป็นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ห้ามบริจาคสินค้าฟรี หรือจำหน่ายราคาถูก
5) ห้ามให้ของขวัญหรือตัวอย่างสินค้าแก่บุคลากรสาธารณสุข
6) การให้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการอาหารทารก ต้องได้รับอนุญาตจากกรมอนามัย
7) ข้อมูลที่ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเป็นจริง และ
8 ) ฉลาก ต้องไม่แสดงรูปภาพของทารกหรือข้อความชักจูงให้ใช้สินค้า

เป็นแนวทางปฏิบัติ แต่ยังไม่ได้ออกมาเป็นกฎหมาย

มาร่วมกันช่วยดันให้เป็นกฏหมาย

>> ส่งสำเนาบัตรปชช. และทะเบียนบ้าน
รับรองสำเนา เขียนว่า “เพื่อยื่นเรื่องถึงรัฐบาล คัดค้านการตลาดนมผง”
วงเล็บ CODE ที่มุมซอง ส่งไปที่
“ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
ชั้น 11 อาคารสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กทม. 10400″
ดันให้เป็นกฏหมายไม่ให้บ.นมทำการตลาดแบบไร้จริยธรรม เราต้องการ 10,000 ชื่อค่ะ
ภายในสิ้นเดือน กย. 2554 นะคะ
————————————
มาต่อกันด้วยเรื่องที่ว่า ทำไมเราต้องผลักดันให้มันเป้นกฏหมายด้วย นมผงส่วนนมผง นมแม่ส่วนนมแม่ได้มั้ยยยย?
ได้ค่ะ
ถ้า…นมผง
จะยอมอยู่ส่วนนมผง และหยุดทำการตลาดเชิงรุก เข้าหาแม่เด็กที่ข้อมูลไม่พอ(ข้อมูลไม่พอ ไม่ได้แปลว่าโง่นะคะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันอีก)
ถ้านมผงจะหยุดจ่ายเงินให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้แนะนำผลิตภัณฑ์นมผงแทนการกระตุ้นและให้ความรู้กับแม่ของเด็กเรื่องนมแม่อย่างถูกต้อง
ถ้านมผงจะเลิกอวดอ้างสรรพคุณให้คนทั่วไปเข้าใจผิดทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า…นมผงมีสารอาหารที่ดีเลิศ และมีประโยชน์กว่านมแม่
ถ้า ถ้า ถ้า และ ถ้าอีกมากมาย…
“คงไม่มีใครไม่รู้ว่านมแม่มีประโยชน์กว่านมผง”
แต่…มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อ่านเจอ คือคนรุ่นเก่ารุ่นแม่เราบางคนที่เข้าใจว่าให้นมผงดีกว่าเด็กฉลาดกว่า อย่าให้นมแม่เลย สู้นมผงไม่ได้หรอก เพราะเติมสารอาหารไปมากมาย (ซึ่งในความจริง นมแม่มีมากกว่า 200 ชนิด เท่าที่ค้นพบตอนนี้ เด็กย่อยและดูดซึมเอาไปใช้ได้ดีกว่า)
แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ คือ นมแม่มีประโยชน์ถึงเมื่อไหร่ เพราะเท่าที่ผ่านมา เจอทั้งประสบการณ์ตรงและอ้อม และอ่านเจออีกมากมายว่า หลัง 6 เดือนนมแม่หมดประโยชน์แล้ว / หลัง 1 ปีนมแม่หมดประโยชน์แล้ว / นมแม่กินได้แค่ 2 ขวบ (ซึ่งในความเป้นจริง กินได้จนกว่าฟันน้ำนมจะหลุด คือประมาณ 7 ขวบ และล่าสุดเพิ่งอ่านเจอในเพจนมแม่ว่า คุณหมอท่านหนึ่ง กินนมแม่จนถึงอายุ 12 ปี)
และอีกสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ หลังคลอด ตอนอยู่ที่ รพ. ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้มีน้ำนมให้ลูก
ถ้าไปคลอด รพ. ที่ไม่สนับสนุนนมแม่ บุคลากรไม่มีความรู้ ส่วนใหญ่จะโดนแยกแม่แยกลูก ไม่พามาดูดกระตุ้นน้ำนม(จริงๆควรจะกระตุ้นตั้งแต่ในห้องคลอด และย้ำทุก 2-3 ชม.) ถ้ามีลูกคนแรกไม่เคยผ่านประสบการณ์คลอด ไม่เคยมีใครเล่าให้ฟัง ไม่เคยบังเอิญหรือตั้งใจไปอ่านเจอว่าตอนอยู่ รพ. หลังคลอดเราควรจะทำอะไร อย่างไรบ้าง นอกจากนอนเจ็บแผลอยู่บนเตียง
สิ่งที่ รพ. ที่ไม่สนับสนุนนมแม่ และสนับสนุนนมแม่แต่เพียงในนามทำก็คือ ให้เด็กกินนมจากขวด ไม่พามาหาแม่ เพราะอ้างว่าแม่เจ็บแผล ต้องการให้พักผ่อน แม่ลุกยังไม่ไหว ฯลฯ
“ทำให้แม่ขาดโอกาสในการกระตุ้นที่ดี ตามหลักการดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี”
แม่ที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นน้ำนม หรือกระตุ้นบ้าง แต่ตอนเอาลูกมาให้ดูด โดนอัดนมขวดไปแล้ว ทำให้มีปัญหามากตอนกลับไปบ้าน
ถ้าใจไม่แข็งพอ หรือโดนกดดันหนักๆ จริงๆ หรือไม่มีข้อมูลว่า step ไหน แก้ไขอย่างไร
ทางออกที่ดีที่สุดทำอย่างไร คลีนิคนมแม่อยู่ที่ไหน ช่วยอะไรได้บ้าง
ถ้าผ่าน process นี้ไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเสร็จนมกระป๋อง

เพราะฉะนั้น ตรงนี้หล่ะค่ะ ขอย้ำตัวโตๆ

“คนธรรมดาอย่างเรา(บางคน)ยังรู้ แล้วคิดว่า…บริษัทนมผงจะรู้มั้ยคะ?”

นี่หล่ะค่ะ เลยทำให้เกิดการตลาดเชิงรุกไร้ซึ่งจริยธรรม โดยการทำอย่างไรก็ได้ ให้ตัดวงจรการสร้างน้ำนม ทำให้แม่เข้าใจผิดว่าแม่นมไม่พอ ไม่มีนมพอให้ลูก นมยังไม่มาหรอก ต้องเสริมนมผสมไปก่อน(อาจจะทำใหเข้าใจโดยใช้จิตวิทยา โดยหมอ หรือพยาบาล ซึ่งน่าเชื่อถือสำหรับเรา)

ซึ่งในความเป็นจริงกระเพาะเด็กเล็กมาก  ดูดได้น้ำนมไม่กี่หยดก็อิ่มแล้ว เพราะเค้าสะสมพลังงานมาสำหรับในช่วงนี้ ที่เค้าจะต้องกระตุ้นน้ำนมให้แม่ และนมแม่ยังมาไม่เต็มที่ เด็ช่วงแรกยังกินกับนอน จะใช้พลังงานอะไร จะต้องการพลังงานอะไรนักหนา

ลองหลับตานึกแล้ววคิดให้เป็นธรรมชาติดูสิว่า ทุกสิ่งในธรรมชาติมักจะมีเหตุผลในตัวมันเอง และถูกสร้างมาอย่างเหมาะสมเสมอ

เพราะฉะนั้นถ้าช่วงแรกเด็กถูกตัดวงจรนี้ ถูกใ้ห้ดูดขวดแต่แรก (แล้วให้เยอะด้วย เป็นออนซ์ๆ / 1 ออนซ์ = 30 ml โดยประมาณ)

(* กรณีจำเป็นต้องให้นมผสมให้ป้อนด้วยวิธี cup feeding)

เด็กจะเคยชินกับการได้กิน แค่งับจุดก็ไหล มีให้กินได้มากมาย จนแน่น
เด็กก็เหมือนผ้าขาว เค้ายังไม่รู้อะไรเลย ทำตามสัญชาตญาณ มีให้ดูดง่ายๆ ก็ดูด
พอต้องเอามาเข้าเต้าแม่แล้ว มันยากกว่า เพราะยิ่งไม่ได้ดูดกระตุ้นอย่างเพียงพอ น้ำนมไม่ไหล ไหลช้าไม่ทันใจ
และนมแม่งับยากกว่าจุกนมยางๆ แค่กัดก็ไหล คราวนี้ก็งับนมแม่ไม่เป็น ยิ่งถ้าเข้าเต้าดูดผิดวิธีอีก หัวนมแตก เรื่องใหญ่เลย
ที่สำคัญ นมแม่ไม่ใช่ดูดปุ๊บไหลปั๊บเลย ต้องรอประมาณครึ่งนาที เด็กที่เคยงับแล้วได้นมเลย จะทนไหวมั้ย?

นมผงรู้จุดอ่อนตรงนี้ดี ให้เด็กได้คุ้นกับนมผสมให้เร็วที่สุด ตัดวงจรการสร้างน้ำนมแม่ซะ พอเด็กดูดแล้วไม่เจอน้ำนม ก็สะบัดหน้าหนี เป็นที่มาของคำว่า “ปฏิเสธเต้า”  สิ่งที่แม่มือใหม่(ส่วนใหญ่)จะทำต่อไปนี้คือ

1. พยายามให้นมแม่ต่อไป ไม่สนใจว่าลูกจะเป้นอย่างไร
หรือ
2. เครียด และคิดว่าตัวเองนมไม่มี ลูกเลยไม่ดูด เกิดอาการใจอ่อน ทนฟังเสียงร้องไปไหว และหยิบนมที่ได้ฟรีจาก รพ. ขึ้นมาชงให้ลูกกิน

ถ้าใครอ่านมาเจอแล้วบอก ชั้นเป็นข้อ 1 ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
แต่…เชื่อหรือไม่ว่า ส่วนใหญ่ จะเป็นข้อ 2 กัน

เห็นอะไรจากตรงนี้มั้ยคะ??

ที่ว่า บริษํทนมผงใจดีจัง แจกนมให้กินฟรีๆ ด้วย ใจดีจริงหรือหวังผลอะไรคะ
นม 1 กล่องที่แจก เพียงพอที่จะตัด process การสร้างน้ำนมให้ลูกได้ แต่หลังจากนั้น… เสียเงินค่ะ
โดยเฉลี่ย เท่าที่ทราบมาจากเพื่อนๆ แรกๆ ที่เป็นเด็กเล็กๆ จะเสียค่านมประมาณเดือนละครึ่งหมื่น คือประมาณ 5000 บาท

หลังจากนั้นจะลดลงบ้างหลังจากที่ลูกเริ่มอาหารเสริม แต่…บางคนก็เพิ่มค่ะ เพราะลูกไม่กินข้าว แต่ต้องกินนมเยอะขึ้น เพราะ บริษัทนมผงมีโฆษณาว่า เด็กไม่กินข้างไม่เป็นไร  กินนมตัวนี้ ตัวนั้นสิ แทนข้าวได้ ให้ประโยชน์มากมาย
(ซึ่งในความเป็นจริง นมมันแทนข้าวได้มั้ยคะ? คำตอบคือไม่ได้ค่ะ หลัง 1 ขวบ นมเป็นเพียงอาหารเสริม ไม่ว่าจะนมแม่ นมวัว นมถั่ว นมแพะ เด็กต้องกินอาหารให้ครบ 5 มือ วันละ 3 มื้อ เพื่อให้ได้อาหารหลากหลาย และเพียงพอ สารอาหารจากนมที่มีเพียงแค่ไม่กี่ชนิดทดแทนไม่ได้ค่ะ)

ยังมีอีกมากมายค่ะ พี่อยากจะบอกต่อและให้ข้อมูล แต่เพราะต้องเลี้ยงลูก full time เอาเ็ป็นว่าใครสนใจ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.thaibreastfeeding.org/

http://www.breastfeedingthai.com/

และ page ของนมแม่ทาง FB ค่ะ โดยเสิชคำว่า “นมแม่”

ใครมีข้อสงสัยอะไรถามได้เสมอค่ะ ยินดีตอบให้มากๆ แต่ขอให้อ่านให้เข้าใจ

ใครไม่อ่านแล้วอย่ามาป่วน

ต่อไปนี้จะเป็นบางส่วนจากการทำการตลาดของบริษัทนมผง เอามาจาก FB : นมแม่นะคะ

บอกก่อนนะว่าไม่ได้รังเกียจนมผง

แต่สำหรับคนที่แพทย์ระบุว่ามีปัญหาจริงๆ (ไม่ใช่เพราะได้รับเงิน)
จำเป็นต้องใช้ ก็ขอให้ใช้ แต่เรากำลังจะมาต่อสู้กับการตลาดของนมผง เพื่อให้คนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ ได้ให้นมแม่กันได้ อย่างไม่ควรต้องเจอปัญหาที่ไม่สมควรต้องเจอ เป็นอันว่าเข้าใจตรงกันนะ

กรณีตัวอย่างกรณที่ 1 เกิดบน FB อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรกับการแนะนำให้หยุดนมแม่

คัดค้านการตลาดนมผง
คัดค้านการตลาดนมผง

กรณีที่ 1 อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N10920170/N10920170.html

กรณีที่  2

เอนฟาให้สมาชิกแนะนำผลิตภัณฑ์ให้แม่ 4 คน ได้ 100 บาท เท่ากับค่าแรงคนละ 25 บาท (เงื่อนไข ต้องแนะนำผลิตภัณฑ์ให้แม่ที่กำลังท้องหรือมีลูกอายุไม่เกิน 1 ขวบ)

จ่าย 25 บาทต่อคน แต่จะได้เงินกลับมา 3-4 หมื่น/คน/ ปี
ปกติห้ามพนง.ติดต่อแม่ท้องและครอบครัว แต่ครั้งนี้เลี่ยงการละเมิดโค้ดนมโดยการใช้สมาชิกเป็นผู้ติดต่อให้ และให้เงินและรางวัลตอบแทน
Code นมระบุว่า ห้ามพนง.ติดต่อหญิงตั้งครรภ์ แม่และครอบครัวโดยตรง แต่ในกรณีนี้เอนฟา “เลี่ยง” ข้อปฏิบัติด้วยการให้สมาชิกหาลูกค้าให้แทน สกัดนมแม่ตั้งแต่เด็กยังไม่คลอด เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย “แม่ตั้งครรภ์และแม่ที่มีลูกอายุน้อยกว่า 1 ปี”

คัดค้านการตลาดนมผง

คัดค้านการตลาดนมผง

อีกภาพนี่คือแผนกกุมารเวช
ข้อความจาก FB : นมแม่ เค้าอ้างว่า “สนับสนุนนมแม่” นะคะ
วิธีดูง่ายๆ ว่ารพ. สนับสนุนจริงหรือไม่
1) ให้ดูดเต้าบ่อยแค่ไหน
ถ้าวันละไม่กี่ครั้ง “เดี๋ยวเสริมนมผงเพราะนมยังไม่มา” แบบนี้ไม่ใช่แล้วค่ะ
2) แจกนมผงหรือไม่
ถ้าแจกแบบนี้ไม่สนับสนุนจริงค่ะ มันจะยิ่งทำให้โอกาสที่จะให้นมแม่สำเร็จ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

คัดค้านการตลาดนมผง

ข้อความจาก FB : นมแม่ มาทายกันดีกว่า
>> กล่องเล็กหรือใหญ่ที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ท้อง? แต่ละรูปเป็นของแจกแม่ท้องตอนไปอบรมที่รพ.ค่ะ แต่มีนมผงของเด็กทารกแทรกมาในกระเป๋าด้วย

>> ทราบไหมคะว่าทำไมขนาดถึงแตกต่าง ระหว่างของแม่และของเด็ก?
(ขอขอบคุณคุณฝนที่เอามาฝากค่ะ)
เชื่อหรือไม่ว่าทั้งสองยี่ห้อ อ้างว่าสนับสนุนนมแม่?
(โดยส่วนตัวเคยไปอบรมกับทาง รพ. หลายครั้ง ครั้งคอรสก่อนคลอดและหลังคลอด ได้ของเหล่านี้มาทุกครั้งค่ะ)คัดค้านการตลาดนมผง
อีก 1 กรณีจากพัทิป โดยคุณ บี มามี๊ต่าต๋า (Narcosis)

ในกรณีของดูเม็กซ์ เมื่อ ๒ ปีที่แล้วทางเว็บดูเม็กซ์ก็เคยให้ข้อมูลว่าภูมิคุ้มกันในนมแม่จะหมดไปหลัง 6-7 เดือนค่ะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิด >>> เพราะตราบใดที่ร่างกายของแม่มีชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง แม่ก็จะสร้างน้ำนมที่มีภูมิคุ้มกันให้กับลูกเช่นกัน

หลังจากศูนย์นม แม่ได้ติดต่อและทักท้วงไป ทางดูเม็กซ์ก็ลบข้อความนั้นออกไปค่ะ แต่เนื่องจากสมาชิกนมแม่มากกว่า 300 คนต้องการให้ดูเม็กซ์เขียนข้อความที่ถูกต้องให้กับสมาชิก ไม่ใช่ข้อมูลผิดก็ลบออกไปเฉยๆ ทางการตลาดจึงยอมเขียนข้อความที่ถูกต้องบนเว็บไซต์ เป็นข้อความดังนี้
“คำถาม ภูมิคุ้มกันในนมแม่ มีจนถึงอายุ 1 ปี ถูก หรือ ผิด
คำ ตอบ ผิด เพราะ ภูมิคุ้มกันในนมแม่ มีตลอดเวลา จนกระทั่งนมหยดสุดท้าย ถ้าคุณให้ลูกกินจนถึง 6-7 ขวบ ตามที่ธรรมชาติกำหนดมา ลูกคุณก็จะได้ภูมิคุ้มกันเต็มที่ ถ้ากินน้อยกว่า ก็ได้รับลดหลั่นกันไป” เป็นข้อความของคุณหมอสุธีราค่ะ

ที่จริง ข้อความเต็มๆ ที่คุณหมอบอกไว้คือ
“คำถาม ภูมิคุ้มกันในนมแม่ มีจนถึงอายุ 1 ปี ถูก หรือ ผิด
คำ ตอบ ผิด เพราะ ภูมิคุ้มกันในนมแม่ มีตลอดเวลา จนกระทั่งนมหยดสุดท้าย ถ้าคุณให้ลูกกินจนถึง 6-7 ขวบ ตามที่ธรรมชาติกำหนดมา ลูกคุณก็จะได้ภูมิคุ้มกันเต็มที่ ถ้ากินน้อยกว่า ก็ได้รับลดหลั่นกันไป

ส่วน ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ ตั้งแต่อยู่ในท้อง จะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 6 เดือน ดังนั้นเด็กที่กินนมผง จะเริ่มป่วย ก็ช่วงหลังจากนี้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันเริ่มตกลง แต่ถ้าเด็กกินนมแม่ เขายังได้รับภูมิคุ้มกันจากนมแม่ จึงไม่ป่วย หรือ ป่วยน้อยมากกว่า เด็กที่กินนมผง 5-10 เท่า”

เรื่องราวยังอยู่ที่หน้าแรกของกระดาน สนทนา เว็บศูนยนมแม่ฯ ค่ะ ต้องขอบคุณที่สมาชิกนมแม่ (มิสนมแม่) ช่วยกันเฝ้าระวังข้อความที่ผิด ทีมักทำให้แม่สับสนกับสารอาหารและประโยชน์ของนมแม่

และกรณีสุดท้ายไม่มีเป็นภาพ แต่ได้อ่านเจอบ่อยๆ และเจอกับตัวเอง คือ บริษัทนมจะโทรมาถามข้อมูล ให้คำแนะนำโดยไม่ได้ร้องขอ
ในช่วงที่แม่ส่วนใหญ่มักจะสับสนกับเรื่องนมแม่ คือช่วงหลังคลอด / ช่วงประมาณครบ 3 เดือน ก่อนครบกำหนดลาคลอด / ช่วง 6 เดือน
เพื่อ…จะพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์นมส่งตรงให้ลองฟรีถึงบ้าน สังเกตว่าทำไมต้องเป็นช่วงเวลาดังกล่าว ก็เพราะว่า…
ช่วงหลังคลอด เป็นช่วงนี่แม่ยังสับสนเรื่องนมแม่ นมผง เลี้ยงลูกไม่ค่อยเป็น และงงๆ กับคำแนะนำสารพัดจากคนรอบข้าง
ช่วง 3 เดือน แม่จะสับสนว่าไปทำงานแล้วลูกจะกินนมยี่ห้ออะไรดี
ช่วง 6 เดือน ซึ่งคนที่ให้นมแม่ส่วนใหญ่จะโดนเหมือนกันหมดคือ คนรอบข้างจะกดดันว่านมแม่ไม่มีประโยชน์แล้ว
หากเราลองพิจารณาให้ดีอย่างมีเหตุมีผลแล้ว จะเห็นได้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร
ใครที่ไม่ได้ให้นมแม่ อะไรผ่านแล้วก็ให้มันผ่านไป เมื่อก่อนข้อมูลที่ถูกต้องไม่เยอะเหมือนสมัยนี้ บุคลากรทางการแพทย์ก็มีความรู้้เรื่องนมแม่ไม่มากเท่าปัจจุบัน
การเลี้ยงดูลูกให้ดี ไม่ใช่แค่ให้กินนมอะไร แต่อยู่ที่ความเอาใจใส่ของพ่อแม่ คนเลี้ยง การอบรมสั่งสอน วิธีการต่างๆ ด้วย
แต่นมแม่ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดีกับลูก และสารอาหารเหมาะที่สุดกับลูก ถ้าทำให้กับลูกได้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
September 15th, 2011 by Jan | No Comments »